บทที่ 190 หอวาโยวสันต์
“แค่เขียนบทกวีก็ไม่ต้องใช้เงินอย่างนั้นหรือ?”
ดวงตาของกวานเสี่ยวโหรวเป็นประกาย “สามี เจ้าแต่งบทกวีได้ดีมาก เจ้าสามารถทำได้แน่นอน!”
“นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าบอกว่าตราบใดที่เขาเต็มใจ บางทีเขาอาจจะไปหอนางโลมได้โดยไม่ต้องใช้เงินเลย หรืออาจจะสามารถหาเงินกลับมาได้ด้วยซ้ำ”
ชิ่งมู่หลานจ้องมองไปที่จินเฟิง “ท่านอาจารย์ ท่านคิดว่าอย่างไร ลองพิจารณาดู”
ความจริงเรื่องแบบนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้รู้หนังสือบางคนถึงกับหาเลี้ยงชีพด้วยการเขียนบทกวีและเนื้อเพลงให้กับนางโลม ยกตัวอย่างกวีที่มีชื่อเสียงที่สุดอย่างหลิวหย่ง*[1]
ในตอนที่หลิวหย่งพบเจอกับความผิดหวังท้อใจ เขาก็อาศัยเรื่องราวของนางโลมหาเลี้ยงชีพ
แน่นอนว่าหลิวหย่งไม่ใช่คนที่ตีเนียนเพราะหวังผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว แต่เขามีความสามารถจริง ๆ หญิงสาวที่เคยร่วมงานกับเขาต่างก็เห็นว่ามูลค่าของพวกนางเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ในแวดวงหอนางโลมเวลานั้น หลิวหย่งเป็นต้นแบบที่น่าชื่นชมโดยแท้ ในเวลานั้นเขาเป็นที่ต้องการของหญิงสาวที่หอนางโลม อีกทั้งยังมีคำกล่าวที่ว่า ‘ไม่ต้องการทองคำหนึ่งพันกว้าน หวังเพียงได้อยู่ในดวงมาลย์หลิวหลาง ไม่หวังเจอเทพเซียนบนเส้นทาง แค่ได้พบหลิวหลางก็เพียงพอ’
การที่หลิวหย่งเป็นที่ต้องการของหญิงสาวในหอนางโลม นั่นก็บ่งบอกถึงสถานะของเขาได้ไม่น้อย
จินเฟิงเรียนจบหลักสูตรวิศวะเครื่องกล หลังจากเรียนภาคบังคับเก้าปีและเรียนต่อมัธย