ินเฟิงกล่าว
“ค่าเข้าหอนางโลมแพงมาก สามี เรามีเงินเพียงพอหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวเริ่มกังวลอีกครั้ง
ครั้งนี้พวกเขามาพร้อมกับตั๋วเงินสามพันตำลึงเงิน นอกเหนือจากการซื้อทาสในบ้านแล้ว จินเฟิงยังต้องการไปที่ตรอกช่างฝีมือเพื่อซื้อวัสดุทำเหล็กด้วย
หากทำตามแผนเดิมเงินย่อมเพียงพอแน่นอน
แต่ตอนนี้ เมื่อได้ยินชิ่งมู่หลานพูดว่าค่าใช้จ่ายในหอนางโลมต้องใช้เงินมากมาย เขาก็รู้สึกไม่แน่ใจขึ้นมาแล้ว
“คนที่เราเพิ่งพูดถึงคือหญิงสาวที่โด่งดังที่สุดในเมืองเปี้ยนจิง แต่ที่กวางเหยวียนแห่งนี้ ไม่ว่านางโลมผู้นั้นจะงดงามมีความสามารถเพียงใด ค่าใช้จ่ายก็คงไม่สูงมากนัก ตราบใดที่ไม่พักค้างคืน”
ชิ่งมู่หลานพูดด้วยรอยยิ้ม “ดีไม่ดีท่านอาจารย์อาจไม่ต้องเสียเงิน อีกทั้งยังสามารถหาเงินกลับมาได้ด้วย”
“เจ้าหมายถึงสิ่งใด?” จินเฟิงถอยหลังไปสองก้าว “ข้าไม่มีวันขายเรือนร่างของข้า!”
“ลูกค้าที่หอนางโลมล้วนเป็นบุรุษเพศ จะมีคนมาสนใจเจ้าได้อย่างไรกันเล่า”
ชิ่งมู่หลานยกยิ้มแล้วพูดว่า “เจ้าเขียนบทกวีเป็นมิใช่หรือ? ตราบใดที่เจ้าเขียนบทกวีดี ๆ สองสามบทเพื่อยกย่องหญิงสาวในหอวาโยวสันต์ ที่แห่งนั้นก็จะปฏิบัติต่อเจ้าในฐานะแขกอย่างแน่นอน ดีไม่ดีหญิงสาวเหล่านั้นจะถ่ายทอดเรื่องราวเพื่อให้ท่านนำไปรังสรรค์บทกวีเสียด้วยซ้ำ”
[1] บุรุษสูงศักดิ์อู่หลิงมารุมล้อม ของกำนัลพรั่งพร้อมกลาดเกลื่อน : บทกวีลำนำพิณผีผา (琵琶行) โดย ไป๋จวีอี้ (白居易) กวีสมัยราชวงศ์ถั