ถานเริงรมย์หลวง หากต้องการร่วมมื้ออาหารกับนาง ต้องจ่ายเงินอย่างน้อยหนึ่งหมื่นตำลึงเงินต่อมื้อ”
ชิ่งมู่หลานกล่าวว่า “ถึงกระนั้นก็ยังมีบรรดาคุณชายหรือนายน้อยจากที่ต่าง ๆ จำนวนนับไม่ถ้วนต้องการพบนาง แต่ว่าแถวนั้นยาวเหยียดเหลือเกิน”
“พวกเขาบ้าไปแล้วหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวรู้สึกว่าได้เปิดโลกจริง ๆ เมื่อได้ยินสิ่งนี้
“บุรุษสูงศักดิ์อู่หลิงมารุมล้อม ของกำนัลพรั่งพร้อมกลาดเกลื่อน*[1]”
จินเฟิงถอนหายใจ “บนโลกใบนี้มีผู้มั่งคั่งมากมายนัก สำหรับพวกเราเงินหนึ่งหมื่นตำลึงเงินถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก แต่ในสายตาของคนร่ำรวย นี่อาจเป็นเงินจำนวนเล็กน้อย”
เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องปกติมากในชีวิตที่แล้ว คนบางคนใช้เงินเป็นจำนวนมากเพื่อที่จะขับเคลื่อนตัวเองให้เป็นผู้มีชื่อเสียง
“ที่ท่านอาจารย์พูดก็ไม่ผิด”
ชิ่งมู่หลานพยักหน้าเห็นด้วย “แม่นางปี้ฝูคือหนึ่งในสตรีที่เก่งที่สุดในสายตาของนายน้อยเหล่านั้น การใช้เงินไปกินข้าวกับนางจะช่วยให้คนผู้นั้นสามารถคุยโม้กับสหายได้ในอนาคต และมันก็คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป”
“เงินหนึ่งหมื่นตำลึงเงินสามารถซื้ออาหารสำหรับคนทั้งหมู่บ้านเราได้กี่ปี เหตุใดจำเป็นต้องเลี้ยงข้าวนางเพียงมื้อเดียวเพื่อคุยโวโอ้อวดในภายหลังด้วย?”
กวานเสี่ยวโหรวยังคงไม่เข้าใจ
“หลังประตูสุราเหลือเนื้อกองเน่า บนถนนคนนอนหนาวเคล้ากระดูก*[2] คนรวยไม่สนใจว่าคนจนจะมีชีวิตอยู่ยากลำบากแค่ไหน พวกเขาสนใจแต่ตัวเองเท่านั้น” จ