างไรแล้ว?”
ตั้งแต่กลับจากสวนชุนฮุย นางก็ยังคาใจเรื่องนั้น แม้จ้าวเข่อหวั่นจะ พูดอย่างหนักแน่น แต่นางต้องตรวจสอบให้แน่ใจ เสียนอวิ้นรีบตอบ
“จริงตามที่คุณหนูใหญ่กล่าว หอเงินเป่าเพิ่งได้พระโพธิสัตว์หยกขาว องค์ใหม่ แกะจากหยกทั้งก้อน ไร้รอยต่อ และเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายก่อน อาจารย์ฝานหย่งจะวางมือ ราคาสูงถึงห้าหมื่นตําลึงเงินเจ้าค่ะ”
“ห้าหมื่น…”
จ้าวเข่อเหรินขมวดคิ้ว เงินจํานวนนี้มิใช่น้อย แม้เป็นนางบุตรสาว ตระกูลใหญ่ก็มิอาจหยิบจับได้ง่าย ๆ
“พี่สาวอี้เดี่ยวก็ตั้งใจจะซื้อหรือ?”
นางถามต่อ
“ใช่เจ้าค่ะ แต่ยังรวบรวมเงินไม่ครบ”
แววตาจ้าวเข่อเหรินฉายประกายเย็นวาบ ดี…ยังมีโอกาส ตั้งแต่เด็ก อี้เดี่ยวเหนือกว่านางทุกด้าน ครานี้นางจะต้องชนะให้ได้ แม้ต้องทุ่มหมด
หน้า ก
“เงินที่เราพอใช้ได้มีเท่าใด?”
“รวมทั้งหมด…ราวสองหมื่นตําาลังเจ้าค่ะ”
“เพียงแค่นั้น?”
เสียงแข็งขันทันที
“ก่อนหน้านี้ยังมีสามหมื่นมิใช่หรือ?”
สายตาที่ทอดมองเสียนอวิ้นเต็มไปด้วยความสงสัย เสียนอวิ๋นหน้า
ชีต รีบคุกเข่าลง
“บ่าวมิกล้าแตะต้องแม้แต่เหรียญเดียว ทุกอย่างมีบันทึกไว้เจ้าค่ะ
เงินหมื่นตําลึงนั้นใช้จ้างคนปล่อยข่าวเพื่อบีบให้คุณหนูใหญ่ถอนหมั้น….”
คําตอบนั้นทําให้จ้าวเข่อเหรินนึกขึ้นได้ ใช่…นางเองเป็นผู้สั่ง ทว่า ความเย่อหยิ่งทําให้นางมีอาจเอ่ยค้าขอโทษ เพียงกล่าวเรียบ ๆ
“ลุกขึ้นเถิด”
คําพูดสั้น ๆ เย็นชาดุจนํ้าค้างยามค่ํา หัวใจเสียนอนพลันเย็