นวาบ
นางติดตามรับใช้มาตลอดชีวิต แต่ในสายตาคุณหนู ตนก็เป็นเพียงหมากตัว
หนึ่งเท่านั้น
“เรือนพักตากอากาศนอกเมืองยังอยู่หรือไม่?”
จ้าวเข่อเหรินเอ่ย นกะทันหัน เสียนอวิ๋นสะดุ้ง
“คุณหนูจะขายหรือเจ้าคะ? หากนายท่านกับฮูหยินรู้เข้า….
เรือนนั้นเป็นของขวัญจากท่านผู้เฒ่าจ้าวในวันเกิดสิบปีของนาง ขาย
ไปย่อมก่อเรื่องใหญ่
หากไม่ขาย จะหาเงินจากที่ใดเล่า?”
เสียนอวิ้นรีบเสนอ
“อืมจากฮูหยินหรือคุณหนูใหญ่เถิดเจ้าค่ะ”
“ไม่ได้”
จ้าวเย่อเหรินตัดบท
“พวกนางต้องชักใช้ ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดรู้จุดประสงค์ของข้าแน่”
ความทะเยอทะยานในดวงตานางแรงกล้า
“ในงานนั้น ขุนนางทั้งเมืองจะมารวมตัว หากข้านําเพียงงานปักไป ถวาย จะมีกลายเป็นตัวตลกหรือ? ข้าคือว่าที่ชื่อจื่อฮูหยินแห่งจงอี้โหว จะ
ยอมแพ้ผู้ใดได้อย่างไร
เรือนนั้น”
นํ้าเสียงสง่างาม หากแฝงความทะนงตน จคมมีต
“พรุ่งนี้เสร็จธุระเลือกสาวใช้แล้ว เจ้าไปสืบผู้ซื้อเสีย หากราคาดี ก็ขาย
เสียนอวิ้นจําต้องรับคําอย่างจ๋ายอม เช้าวันคัดเลือก หลังอาหารเช้า
สองพี่น้องมานั่งที่ศาลาในสวน หินอ่อนเย็นเยียบใต้ฝ่ามือ ชาและขนมถูกจัด วางเรียบร้อย การเลือกสาวใช้ครั้งนี้เป็นเพราะหลิงเอ๋อร์ถูกโบยตายด้วยข้อ หาลักทรัพย์หลวง ส่วนเสียนอวิ๋นของจ้าวเข่อเหรินลาหยุดกลับบ้าน จึงต้อง
คัดคนใหม่
“ครั้งนี้ต้องเลือกให้ดี”
จ้าวเย่อเหรินยิ้มอ่อน
“ซื่อสัตย์และฉลาด”
จ้าวเข่อหรันยิ้มตอบ
“น้องต่างหากที่ต้องระวัง เหลือเพีย