ทำเช่นเดียวกัน พวกนางต่างถือจอกขึ้นมาไว้ในมือพร้อมมองไปที่บัณฑิตหนุ่มและชิ่งมู่หลาน
ชิ่งมู่หลานเองรีบรินเหล้าลงในจอกของนาง แต่ก็ไม่รีบร้อนที่จะดื่ม
นางถือจอกใส่เหล้าขึ้นมาและมองไปยังเทียนไขที่อยู่ตรงหน้า จ้องมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์ ข้าเองก็เคยดื่มเหล้าชั้นดีมามาก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นเหล้าที่ใสถึงเพียงนี้”
หลังจากพูดจบนางก็ยกจอกเหล้ามาที่ปลายจมูกแล้วสูดดม “กลิ่นก็หอม แต่ไม่แรง…”
“เจ้าเลิกพรรณนาได้แล้ว รีบลิ้มลองรสชาติเถิดว่าเป็นอย่างไร?”
จินเฟิงเร่งเร้า
ขั้นตอนการผลิตเหล้าของต้าคังนั้นล้าหลังมาก จึงเป็นปกติที่จะมีตะกอนตกค้างอยู่ในเหล้า และสีก็จะดูขุ่นเล็กน้อย
ดังนั้นในวัฒนธรรมการดื่มของต้าคังจึงเชื่อกันว่า เหล้ายิ่งใสยิ่งมีราคาแพง
ความใสของเหล้ายังเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญมากในการทดสอบสุราของต้าคัง หากเหล้าใส นั่นแปลว่าการผลิตมีความประณีตทำให้มีสิ่งเจือปนน้อยลง
ซึ่งจั๋วจิ่ว*[1] ความหมายของมันก็ตรงตัวอยู่แล้วว่าเป็นเหล้าขุ่น ซึ่งถือว่าเป็นเหล้าคุณภาพต่ำ
เหล้าขาวครึ่งไหที่จินเฟิงนำกลับมาถูกกรองและกลั่นหลายครั้ง จนแทบไม่มีตะกอนตกค้าง สีของเหล้าจึงใสมาก
หากพิจารณาในแง่ของความใสและความขุ่นเพียงอย่างเดียว เหล้าชนิดนี้ถือเป็นเหล้าที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่ในการวัดคุณภาพของเหล้า สีไม่ใช่เพียงตัวบ่งชี้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือรสชาติ
น่าเสีย