ารโรงงานสิ่งทอได้อย่างเป็นระเบียบ นางมีทักษะสองประการที่โดดเด่น คือการจัดการและการควบคุมจิตใจของผู้คน
“ในเมื่อพวกเจ้าทุกคนเห็นควรว่าเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะกลับไปถามโจวจิ่นว่านางเต็มใจที่จะเป็นลูกศิษย์ของข้าหรือไม่”
จินเฟิงไม่ใช่คนที่เอาตัวเองเป็นใหญ่ ตราบใดที่เป็นคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ เขาก็ยังรับฟังได้
ยิ่งไปกว่านั้น ถังตงตงได้พูดเรื่องนี้ออกมาแล้ว หากเขายืนกรานปฏิเสธก็จะดูเหมือนว่าเขาสนใจโจวจิ่นจริง ๆ
เฮ้อ!
เมื่อได้ยินสิ่งที่บัณฑิตหนุ่มพูด ถังตงตงและชิ่งมู่หลานต่างก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
“เมื่อเจ้ารับโจวจิ่นเป็นศิษย์ เช่นนั้นก็ต้องรีบรับหม่านชางเป็นศิษย์ด้วยเช่นกัน”
ถังตงตงกล่าวเสริม
หม่านชางเรียนรู้การตีเหล็กกับจินเฟิงมาเป็นเวลานาน เขาเรียนรู้วิชาไปมาก นั่นทำให้ถังตงตงกังวลอยู่เล็กน้อย
“หม่านชางอายุน้อยกว่าข้าแค่ปีเดียวเท่านั้น นี่จะเหมาะสมหรือ?”
จินเฟิงขมวดคิ้ว
ในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม จางหม่านชางถือว่าเป็นเพื่อนที่เติบโตมากับเขา ไหนจะหลินอวิ๋นฟางพี่สะใภ้ของหม่านชางที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับกวานเสี่ยวโหรวอีก จินเฟิงรู้สึกไม่สบายใจที่จะให้อีกฝ่ายมาคำนับและยกย่องเขาเป็นอาจารย์
“โจวจิ่นอายุน้อยกว่าหม่านชางแค่สองปีมิใช่รึ? เจ้าเองก็สอนหม่านชางมาหลายอย่างแล้ว ดังนั้นจึงสมเหตุสมผลที่จะรับเขาเป็นลูกศิษย์ มีสิ่งใดไม่เหมาะสมกัน?”
ถังตงตงยังคงยืนกราน “อีกอย่าง ลูกศิษย์ก็เป็นเพียงสถา