ื่นมากเมื่อเห็นศพ
“ดีมาก” จินเฟิงพยักหน้า “เช่นนั้นเจ้าก็เลือกกระท่อมที่ต้องการได้เลย”
“หลังไหนก็ได้ใช่หรือไม่?”
“ใช่”
“ข้าเลือกหลังนี้”
โจวจิ่นเดินตรงเข้าไปในกระท่อมที่หลิวเถี่ยเปิดทิ้งไว้ และปูหญ้าฟางลงบนพื้น
หลิวเถี่ยก้าวไปข้างหน้าและนำเสื่อฟางมาล้อมรอบอีกครั้ง
“แล้วพวกเจ้าล่ะ?”
จินเฟิงมองไปที่หญิงสาวอีกเจ็ดคนที่เหลือ
“ข้าก็จะเข้าร่วมด้วย!”
“ข้าก็จะเข้าร่วมด้วย!”
เพราะเมื่อเช้าจินเฟิงได้ทำการเอ่ยเตือนเอาไว้แล้ว ดังนั้นหญิงสาวทั้งแปดคนจึงเตรียมใจเอาไว้ล่วงหน้าก่อนมาที่นี่ ดังนั้นเมื่อมีคนนำ ที่เหลือก็เลยรีบเลือกกระท่อมกันคนละหลังและเดินเข้าไป
“พี่เถี่ยจือ จัดคนมาเฝ้าที่นี่ด้วย อย่าปล่อยให้พวกนางวิ่งไปมา และส่งอาหารให้พวกนางอย่างตรงเวลาด้วย” จินเฟิงกำชับ
“ได้” หลิวเถี่ยพยักหน้า
จินเฟิงพาเถี่ยฉุยขึ้นไปยังเนินสูงที่อยู่ถัดจากลานนวดข้าวแล้วมองลงไป
ในบรรดาหญิงสาวทั้งแปดคน โจวจิ่นเป็นคนที่นิ่งสงบที่สุด นางนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นและมองดูศพอย่างสงสัย
ส่วนหญิงสาวอีกเจ็ดคนที่เหลือต่างก็พาตัวเองไปหลบอยู่มุมห้องและพยายามอยู่ห่างจากศพให้มากที่สุด
“ตอนกลางวันยังหวาดกลัวเช่นนี้ คืนนี้จะอยู่รอดได้อย่างไร”
เถี่ยฉุยที่อยู่ข้างจินเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“หากทนไม่ได้ก็แค่ยอมแพ้”
จินเฟิงบิดตัวเล็กน้อยจากนั้นก็เอ่ย “ไปโรงหลอมเหล็กกันเถิด แล้วดูว่าแม่พิมพ์ดาบยาวเป็นอย่างไรบ้าง?”
ดาบต่อสู้เหล่านี้เป็นดาบต่อสู