วขาวที่เหลืออยู่ในถ้วยพร้อมพูดขึ้นมาว่า
“ข้าวในจานที่กิน ทุกเม็ดล้วนลำเค็ญ เสี่ยวเอ๋อ การที่เจ้ากินทิ้งกินขว้าง เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีเด็กกี่คนในหมู่บ้านที่เฝ้าฝันอยากกินโจ๊กข้าวขาว”
ในศตวรรษที่ 21 เป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะไม่ยอมกินข้าว เพราะในสมัยนั้นมีของกินมากมายและไม่ขาดแคลนอาหาร
แต่ในสมัยต้าคังที่ของกินล้วนขาดแคลน ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภค ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนต้องอดตายทุกปี การกินทิ้งกินขว้างเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดบาปเป็นอย่างมาก
แม้แต่จินเฟิงยังพยายามกินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้และไม่เคยกินข้าวเหลือ
“อีกอย่าง เจ้าก็เพิ่งจะมีกินได้ไม่เท่าไร ตอนนี้เจ้าเริ่มกินทิ้งขว้างอย่างไม่ไยดีแล้วหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวตีหน้าผากของเสี่ยวเอ๋ออย่างแรง “หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้อีก ข้าจะส่งเจ้ากลับไปอยู่ที่บ้านให้พี่สะใภ้ช่วยดูแล!”
“ท่านพี่ ข้าจะกิน คราวหน้าจะไม่กินเหลือแล้ว อย่าส่งข้ากลับไปเลยนะ!”
ชีวิตก่อนหน้านี้เป็นฝันร้ายของกวานเสี่ยวเอ๋อ เมื่อนางได้ยินว่ากวานเสี่ยวโหรวกำลังจะส่งนางกลับไปที่นั่นอีกครั้งก็ตกใจจนหน้าซีด จากนั้นนางก็รีบนั่งลงแล้วหยิบถ้วยข้าวขึ้นมากินอย่างตั้งใจ
“ข้าวในจานที่กิน ทุกเม็ดล้วนลำเค็ญ…”
ชิ่งมู่หลานกัดตะเกียบของนางและพึมพำซ้ำ ๆ “ท่านอาจารย์ สิ่งที่ท่านพูดก็มีเหตุผล เหมือนจะเป็นสองวรรคจากบทกลอนห้าพยางค์ใช่หรือไม่”
ถังตงตงก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน
“คิดไม่ถึง