ดอยู่”
“จะคิดสิ่งใดได้ล่ะ คงคิดว่าเป็นเรื่องสนุกน่ะสิ การปั่นด้ายในโรงงานจะสบายเหมือนการวิ่งขึ้นลงเขาด้านหลังได้อย่างไร”
“ข้ารู้ว่าเสี่ยวอวี้นั้นดื้อรั้น แต่ข้าไม่คิดว่านางจะดื้อรั้นถึงเพียงนี้”
“หัวหน้าหมู่บ้านเป็นคนตามใจนางเอง”
“กล่าวคือ ครอบครัวของหัวหน้าหมู่บ้านค่อนข้างมีฐานะกว่าครอบครัวอื่น สมาชิกในครอบครัวต่างก็มีงานทำและสามารถสร้างรายได้มากกว่าหนึ่งตำลึงเงินทุกเดือน หากเปลี่ยนเป็นครอบครัวอื่นนางคงถูกทุบตีจนตายไปแล้ว!”
คราวนี้ชาวบ้านพอจะเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ไม่เพียงแต่สตรีในหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังมีบุรุษหลายคนที่รู้สึกว่าเสี่ยวอวี้เป็นคนโง่เขลา ละเลยครอบครัว และไร้ความกตัญญู
หัวหน้าหมู่บ้านเป็นบุคคลสำคัญในหมู่บ้าน เมื่อมีคนพูดแบบนี้เขาก็เหมือนจะสติหลุด
“ข้าให้เจ้าออกจากงานหรืออย่างไร!”
“ข้าอนุญาตให้เจ้าไปเป็นทหารหญิงอะไรนั่นแล้วหรือ!”
เขาทั้งดุด่าพร้อมกับใช้ไม้กวาดตีนาง
เสี่ยวอวี้หยุดวิ่งและยืนอยู่กับที่เพื่อต่อต้าน
“หัวหน้าหมู่บ้าน หยุดตีนางได้แล้ว ทำเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก”
ชายคนหนึ่งที่อยู่ถัดจากหัวหน้าหมู่บ้านคว้าไม้กวาดเอาไว้ “มีอะไรก็พูดกันดี ๆ เถิด”
“เหล่าเหยวียน เจ้าก็พูดได้นี่ หากชุนเหนียงของเจ้าขอไปเป็นทหารหญิง เจ้าจะเห็นด้วยหรือไม่?”
หัวหน้าหมู่บ้านพูดด้วยความโกรธ “ดูเหล่าทหารหญิงที่ฝึกกับบุรุษอย่างเปลือยเปล่าทุกวันสิ ในอนาคตพวกนางจะออกเรือนได้อย่างไร