21 จินเฟิงไม่เพียงแต่ต้องดูแลหู่จือเท่านั้น แต่ยังต้องจ่ายค่าชดเชยจำนวนมากอีกด้วย
แต่ในต้าคัง คนชั้นล่างที่เคยถูกกดขี่ ตราบใดที่นายจ้างรักษาคำพูดและจ่ายค่าจ้างตรงเวลา พวกเขาก็พอใจแล้ว
“หู่จือ นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้าคนเดียวและนี่ถือว่าเป็นกรณีตัวอย่าง ในอนาคต ตราบใดที่พวกเจ้าได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน ข้าจะรับผิดชอบเอง”
จินเฟิงกล่าวว่า “หากพวกเจ้าได้รับบาดเจ็บหรือพิการ ตราบใดที่พวกเจ้าทำงานให้แก่โรงงานของข้า แม้ว่าพวกเจ้าจะตาย พวกเจ้าก็จะได้รับเงินบำนาญ โดยข้าจะจ่ายจนกว่าบิดามารดาพวกเจ้าจะเสียชีวิตหรือจนกว่าลูกของพวกเจ้าจะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่”
นี่คือสิ่งที่เขาพูดก่อนที่จะก่อตั้งขบวนคุ้มกัน แต่ไม่มีใครจริงจังกับเรื่องนี้
เพราะที่ต้าคังไม่เคยมีเจ้านายที่ใจดีขนาดนี้มาก่อน
ตามค่านิยมที่ผ่าน ๆ มา หากลูกจ้างได้รับมอบหมายให้ทำสิ่งใดก็ควรทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ
หลังจากที่จินเฟิงให้เงินแล้ว พวกเขาควรจะนำสินค้าไปส่งให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย
ส่วนเรื่องไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้นบนท้องถนนนั้นถือเป็นความรับผิดชอบของพวกเขา ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าของเกวียน
แต่คนอย่างจินเฟิงแตกต่างออกไป
ในความเป็นจริง จินเฟิงสามารถเลียนแบบเจ้านายคนอื่น ๆ ได้ แต่เขาไม่ต้องการทำอย่างนั้น
ด้วยความสามารถของเขา เขาสามารถหารายได้จำนวนมากมายมหาศาล แต่เพราะมีมโนธรรมและความซื่อสัตย์จึงไม่จำเป็นต้องหาประโยชน์จากความมั่งคั่งที่เป็นการ