สามหมู่ออกไปได้”
เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดการ จินเฟิงได้แบ่งทหารผ่านศึกมากกว่าสามสิบนายออกเป็นห้าหมู่แต่ละหมู่จะมีคนหกถึงเจ็ดคน
จางเหลียงและฟางเหลย ในฐานะผู้นำกองกำลังและรองผู้นำกองกำลัง พวกเขามีอำนาจบังคับบัญชาเหนือหมู่ทหารทุกหมู่
“สหายที่เฝ้าระวังอยู่ทางนี้อย่าประมาทและปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดอย่างคราวกองทัพเต๋อหนิงเป็นอันขาด” จินเฟิงเตือน
ที่ชิงสุยกู่ จินเฟิงได้ส่งมอบเชลยตั่งเซี่ยงให้กองทัพเต๋อหนิงดูแล แต่สุดท้ายก็ถูกทาสชาวฮั่นบุกไปช่วยเหลือจนได้
เขาไม่ต้องการเห็นฉากนี้เกิดขึ้นอีกครั้งในซีเหอวาน
“ท่านอาจารย์วางใจ ข้าจะจับตาดูโดยไม่กะพริบตา หากผู้ใดกล้าเกียจคร้าน ข้าจะสับคนผู้นั้นออกเป็นชิ้น ๆ!”
หนึ่งในหัวหน้าหมู่ทุบอกของเขาและประกาศกร้าว
“เอาล่ะ อย่าประมาทเรื่องนี้เป็นพอ”
จินเฟิงพยักหน้า “ฟางเหลย จัดคนมาสองสามคนเพื่อไปเอาม้าศึกกับข้า พี่เหลียง พี่ไปหามู่หลานและยืมม้าของทหารหญิงมา”
ในทั้งสามหมู่ มีคนเกือบยี่สิบชีวิตแต่จินเฟิงนำม้ากลับมาจากเมืองเว่ยโจวเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น แม้ว่าเขาจะได้มาเพิ่มอีกสองสามตัวจากพวกโจรแต่ก็ยังไม่เพียงพอ
ตอนนี้ทำได้แค่ยืมม้าจากทหารหญิงเท่านั้น
“รับทราบ”
จางเหลียงหันหลังกลับและจากไป
เมื่อจินเฟิงและฟางเหลยกลับไปที่ลานนวดข้าว จางเหลียงและทหารหญิงก็รออยู่ที่นั่นแล้ว
“ท่านอาจารย์ ข้าได้ยินจากพี่เหลียงว่าท่านจะไปบุกเขาเถี่ยกว้านอย่างนั้นหรือ?”
ผมของชิ่งมู่ห