ะ เพื่อใช้ข่มขู่ และก็ได้ผล หลิงเอ๋อร์เห็นปิ่นนั้นเพียงแวบ เดียว ก็หน้าซีดเผือด คิดว่ามารดาตกอยู่ในเงื้อมมือ จึงไม่กล้าเอื้อนเอ่ย
ความจริงอีก
เรียบ ๆ
“แล้วครอบครัวของหลิงเอ๋อ เล่า คุณหนูคิดจะทําอย่างไร?” เสียนอวินถามเสียงเบา จ้าวเข่อเหรินนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนตอบ
“พรุ่งนี้เอาเงินหนึ่งร้อยตําลึงไปให้บ้านนางเถอะ อย่างไรเสีย ตอนมี
ชีวิต นางก็เคยรับ ข้าไม่น้อย
เสียนอวินยกยอทันที
“คุณหนูช่างมีเมตตาดุจพระโพธิสัตว์ ทั้งที่นางเคยทําให้แผนคุณหนู ฟังจนถูกกักบริเวณ ยังคิดถึงครอบครัวนางอีก”
จ้าวเย่อเหรินหัวเราะบางเบา
“ข้าชัดเจนเรื่องบุญคุณและโทษทัณฑ์ นางเคยทําร้ายข้าก็จริง แต่ก็ เคยทํางานให้ข้ามากเช่นกัน บัดนี้นางตายแล้ว ก็ถือว่าเป็นน้ําใจครั้งสุดท้าย”
พูดจบ นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามขึ้นอีก
“บ้านนางมีใครบ้าง?”
เสียนอวิ่นพยายามนึก
“มีมารดาที่ป่วยอ่อนแรง นอนติดเตียงมานาน น้องสาวสิบเอ็ดปี
น้องชายเก้าปี บิดาตายตั้งแต่นางยังเล็ก นางจึงเป็นเสาหลักเลี้ยงดูทั้งบ้าน”
จ้าวเย่อเหรินพยักหน้า ดวงตาวาววับแปลกประหลาด
“แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องล่ะ?”
“สนิทกันมากเจ้าค่ะ หลิงเอ๋อร์เป็นคนเลี้ยงดูสองคนนั้นแทบทั้งชีวิต”
เสียนอวิ่นถอนหายใจ
“คิดดูแล้วก็น่าสงสาร บ้านนั้นเสียเสาหลักไป ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไร”
ใบหน้าจ้าวเย่อเหรินค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งยากหยั่ง เงียบไป พักใหญ่ ก่อนเรียกเรียนอวิ๋นให้โน้มตัวลง แล