้วกระซิบถ้อยคําบางอย่างข้าง หู ยิ่งฟัง ดวงตาเสียนอนก็ยิ่งเบิกกว้าง ทว่าก็พยักหน้ารับ ไม่หยุด เมื่อ จ้าวเย่อเหรินพูดจบ นางเงยหน้าถามเรียบ ๆ
“เข้าใจแล้วใช่หรือไม่?”
“คุณหนูวางใจ บ่าวจะจัดการให้เรียบร้อย”
เสียนอวีนตอบ แม้ในใจจะลังเลอยู่บ้าง
“แต่…ทําเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ? หลิงเอ๋อร์ก็ตายไปแล้ว เรายังจะ
“อะไร? เจ้าคิดว่าข้าโหดร้ายเกินไปหรือ?”
เสียงจ้าวเข่อเหรินเย็นลงฉับพลัน เสียนอวิ๋นหน้าชิด รีบคุกเข่าลง
“บ่าวมิกล้า!”
จ้าวเข่อเหรินเป็นคนหยิ่งทะนง เติบโตมาพร้อมค้าสรรเสริญ นางไม่ อาจทนต่อเสียงค้าน แม้แต่จากคนสนิท เมื่อเห็นเสียนอวิน ยอมจํานน สี หน้านางจึงอ่อนลง
“พรุ่งนี้ทําตามที่ข้าสั่งให้เรียบร้อยก็พอ”
“เจ้าค่ะ”
ไม่นาน บทสนทนาก็เปลี่ยนไปเรื่องงานวันเกิดของท่านยายแห่ง จวนถั่วกง จ้าวเข่อเหรีนนึกถึงงานเลี้ยงครั้งก่อนที่นางวางแผนผลัก จ้าวเข่อหรันตก า แย่งภาพ “ชุนเกอเหยียบหิมะ” ของแท้ไปมอบแก่ฮูหยิน ผู้เฒ่าหลิน จนได้รับคําชมล้นหลาม ครั้งนี้ นางจะต้องโดดเด่นกว่าเดิม โดย เฉพาะในฐานะคู่หมั้นของชื่อจื่อแห่งจงอี้โหว
“พรุ่งนี้ ข้าจะไปเรือนชุนฮุย”
นางกล่าว
“ไปทําไมหรือเจ้าคะ?”
“ไปหยั่งดู ว่าจ้าวเข่อหรันจะให้ของขวัญอะไร”
จากนั้น จ้าวเย่อเหรินก็เอ่ยขึ้นอย่างระแวง “วันนี้เจ้าไม่รู้สึกหรือ ว่าท่าทีของนางแปลกไป?”
เสียนอชิ้นส่ายหน้า
“บ่าวเห็นว่ายังปกตินะเจ้าคะ”
แต่จ้าวเย่อเหรินกลับยิ่งคิดยิ่งหวั่น
“นางเรียก