ินหนึ่งร้อยตำลึงเงินนั้นสามารถหาได้อยู่แล้ว
“เจรจาไม่สำเร็จหรอก” จินเฟิงส่ายหัว
“เพราะเหตุใด?” ถังตงตงถาม “ท่านพ่อของข้าเคยทำการค้ากับเมืองซื่อชวน ในระหว่างกระบวนการขนส่งก็เคยถูกกลุ่มโจรสกัดกั้นหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็สามารถต่อรองกันได้”
“โจรที่ท่านพ่อของเจ้าพบเป็นพวกโจรปิดถนนวิ่งอยู่ในที่ที่มีคนเข้าออกมากมาย พวกเขาจึงตั้งกฎตายตัวขึ้นมา แต่โจรเขาเถี่ยกว้านนั้นแตกต่างออกไป พวกเขาจับตาดูแค่พวกเราเท่านั้นและไม่มีทางพึงพอใจอะไรง่าย ๆ ตอนที่พวกเขามาปิดกั้นถงซานครั้งแรก พวกเขาขอเงินครั้งละหนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น และต่อมาก็ค่อย ๆ เพิ่มเป็นสองตำลึง สามตำลึง และห้าตำลึง.. พวกเขาเพิ่มเพดานความต้องการขึ้นเรื่อย ๆ เดือนนี้ต้องการหนึ่งร้อยตำลึงเงิน เดือนหน้าก็คงเพิ่มเป็นสองร้อยตำลึงเงิน สามร้อยตำลึงเงินตามลำดับ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกว่าเราจะไม่มีเงินจ่ายอีกต่อไป”
“เช่นนั้นเจ้าวางแผนไว้อย่างไร?”
“ตอนนี้ข้ายังไม่ได้คิดหาทางออก อย่างไรก็ตาม เก๋อหมาในโกดังก็เหลือไม่มากแล้ว ตอนนี้ระงับการทำงานไว้ก่อนแล้วกัน”
แม้ว่าจางปู่โถวจะเป็นคนของชิ่งไหวแต่จินเฟิงก็ยังไม่ปักใจเชื่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูด
และตอนนี้คนที่ชิ่งมู่หลานส่งไปสืบข่าวก็ยังไม่กลับมา จินเฟิงเองก็ขี้เกียจเกินกว่าจะเล่าเรื่องของโจวซือเหยียให้ถังตงตงฟัง
“เอาล่ะ ไว้ข้าจะไปแจ้งให้ทุกคนทราบ”
ถังตงตงพูดอย่างช่วยไม่ได้
ในทุก ๆ วัน ช่วงเวลาอาหารเช้าและอาหารเย