จินเฟิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
“เรื่องนี้ข้าน้อยก็มิอาจทราบได้”
จางปู่โถวส่ายหัว
หลังจากถามคำถามทั้งหมดที่ต้องถามแล้ว บัณฑิตหนุ่มก็คุยกับจางปู่โถวต่ออีกเล็กน้อย จากนั้นก็ส่งเขาออกไป และตนเองก็เดินไปที่เขาด้านหลัง
หากตระกูลโจวยังคงอยู่ การลงมือบดขยี้กันคงเป็นเรื่องง่าย จินเฟิงต้องคิดหาทางออกให้กับเรื่องนี้โดยเร็ว
ด้วยความสามารถในยุคปัจจุบันของเขา เป็นไปไม่ได้ที่จะสืบสวนยักษ์ใหญ่อย่างตระกูลโจว เขาทำได้แค่มาหาชิ่งมู่หลานเท่านั้น
“ท่านอาจารย์ เหตุใดมายังเขาด้านหลังนี้ได้เล่า?”
ชิ่งมู่หลานเช็ดเหงื่อจากใบหน้าของนางและนั่งลงข้างจินเฟิงอย่างไม่ใส่ใจ “มาดูพวกข้าฝึกซ้อมหรือ?”
“ไม่ใช่ ข้ามาหาเจ้า”
“มาหาข้าด้วยเรื่องอะไรหรือ?” ชิ่งมู่หลานถามอย่างสงสัย
“เจ้ารู้จักตระกูลโจวหรือไม่?” จินเฟิงถาม
“ตระกูลโจวไหน?”
“ตระกูลโจวที่เป็นผู้ส่งบรรณาการสิ่งทอรายปีให้กับราชสำนัก”
“ตระกูลนั้นน่ะหรือ” ชิ่งมู่หลานพยักหน้า “ข้ารู้จัก”
“แล้วเจ้ารู้จักโจวซือเหยียจากจวนว่าการจินชวนหรือไม่”
จินเฟิงจึงถาม
“ข้าจะรู้จักผู้ช่วยตัวเล็ก ๆ จากจวนว่าการได้อย่างไร”
ชิ่งมู่หลานส่ายหัวแล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “ท่านอาจารย์ เขาคงไม่ได้ทำเรื่องอะไรให้ท่านเดือดร้อนหรอกนะ? รอข้าเดี๋ยว ข้าจะไปที่จวนว่าการเพื่อจับตัวเขาและจัดการตามประสงค์ของท่าน!”
“เจ้าต้องเลิกนิสัยหุนหันพลันแล่นอย่างเอาจริงเอาจังได้แล้ว!”
จินเฟิงพูดไม่ออกบอกไม่ถูก ชายหนุ่