ับหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้คนและเขาก็สามารถยอมรับได้
แต่โจวซือเหยียผู้นี้ต้องการไนปั่นด้ายไปครอบครองแต่เพียงผู้เดียว เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายใช้วิธีการดังกล่าวเพื่อบีบบังคับจินเฟิงเพื่อประโยชน์ของตัวเอง
การกระทำนี้น่าเกลียดเกินไปจริง ๆ
แม้ว่าจินเฟิงจะทำลายไนปั่นด้ายที่มีอยู่ทั้งหมด ก็ไม่ทำให้เขาผู้นี้ยอมถอย
“โจวซือเหยียเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มโจรเขาเถี่ยกว้านมิใช่หรือ? เหตุใดต้องใช้วิธีการที่ต้องใช้ความพยายามมากขนาดนั้น?” จินเฟิงถาม “เหตุใดพวกเขาไม่ส่งโจรเขาเถี่ยกว้านเข้ามาปล้นโดยตรง?”
“เป็นเพราะเขารู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างท่านอาจารย์และท่านโหวเลยไม่กล้าที่จะเสี่ยง?”
จางปู่โถวกล่าวว่า “แต่ว่ากันว่าตระกูลโจวของโจวซือเหยียเป็นตระกูลใหญ่ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลของท่านโหวเลย ตระกูลโจวเป็นผู้ชำระบรรณาการสิ่งทอรายปีส่วนใหญ่ให้กับตั่งเซี่ยงและหนี่ว์เจินทุกปี ตอนนี้ท่านโหวไม่ได้อยู่ที่จินชวน ท่านอาจารย์ระวังไว้หน่อยก็ดี”
“ร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ?”
จินเฟิงตกใจเล็กน้อย
หนี่ว์เจินและตั่งเซี่ยงต่างก็เป็นชนเผ่าเร่ร่อนและไม่มีอุตสาหกรรมสิ่งทอ ดังนั้นปริมาณเสื้อผ้าที่พวกเขาขอทุกปีจึงมีจำนวนมหาศาล
หากตระกูลโจวสามารถคว้าผลประโยชน์ก้อนโตไว้ได้ อำนาจของพวกเขาในราชสำนักก็คงไม่อ่อนแอไปกว่าชิ่งกั๋วกงนัก
“โจวซือเหยียมีภูมิหลังที่ยิ่งใหญ่ เหตุใดเขาถึงมาเป็นผู้ช่วยนายอำเภอตัวเล็ก ๆ ที่จินชวนแห่งนี้?”