อีกอย่างค่ายาข้าก็คงไม่สามารถให้เจ้าสำรองจ่ายไปก่อนได้ จริงหรือไม่? ไม่เช่นนั้นหากในอนาคตเกิดเรื่องอะไรขึ้น พวกข้าจะกล้ารบกวนจางปู่โถวได้อย่างไรกัน?”
ในความเป็นจริง เงินเดือนของจางปู่โถวนั้นไม่สูงนัก และเงินห้าตำลึงเงินก็ถือเป็นเงินจำนวนมากสำหรับเขา
“เมื่อท่านอาจารย์พูดเช่นนี้ข้าก็คงต้องรับเอาไว้”
จางปู่โถวเหลือบมองแท่งเงินและพูดด้วยความเกรงใจ “ท่านอาจารย์พอจะมีเศษเงินหรือไม่? ข้าไม่มีทอน…”
“ไม่จำเป็นต้องทอน เงินที่เหลือถือว่าข้าเลี้ยงเหล้าจางปู่โถวแล้วกัน”
พูดจบจินเฟิงก็วางแท่งเงินไว้ในมือของอีกฝ่าย “จางปู่โถว อย่าคิดเล็กคิดน้อยเลยนะ”
เมื่อการสนทนาดำเนินมาถึงจุดนี้ จางปู่โถวก็ไม่เบือนหน้าหนีและรับเงินส่วนนั้นพร้อมเก็บไว้ใต้แขนเสื้อทันที จากนั้นเขาก็มองไปที่จินเฟิงพร้อมบุ้ยปากไปทางหลิวเถี่ยและกวานเสี่ยวโหรว
จินเฟิงเข้าใจในทันที จากนั้นเขาจึงหันไปหากวานเสี่ยวโหรวแล้วพูดว่า “เสี่ยวโหรว เจ้าไปนำเงินมา ข้าจะมอบเงินห้าร้อยเหรียญทองแดงให้แก่สหายที่บาดเจ็บเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ และมอบเงินสองพันเหรียญทองแดงแก่มารดาของหู่จือ บอกให้นางคลายกังวลเถอะ เรื่องหู่จือข้าจะเป็นผู้ดูแลเอง”
“จินเฟิง นอกจากหู่จือแล้ว พวกข้าทุกคนไม่เป็นอะไร…”
หลิวเถี่ยโบกมืออย่างรวดเร็ว
“พี่เถี่ยจือฟังข้านะ เป็นเพราะว่าครั้งนี้ทุกคนทำงานกันหนักมาก เอาล่ะ เจ้าพาพี่น้องที่ได้รับบาดเจ็บไปหาเหล่าถานเพื่อรับยาสมุนไพรมาทาก่อ