ความตึงเครียดจึงคลายลงเล็กน้อย แต่โทษ… ไม่อาจละเว้น
“โบยจนตาย”
ฉันเชียงเหอกล่าวเสียงเรียบ ค้าตัดสินตกลงดั่งสายฟ้า
หลิงเอ๋อ หน้าซีด ก้มกราบจนหน้าผากแตก เลือดไหลปะปนกับน้ําตา นาง มองไปยังจ้าวเข่อเหรินอย่างสิ้นหวัง แต่ผู้ที่เคยนับถือเป็นนาย กลับเพียงยิ้ม
อ่อน
“ข้าไม่อาจช่วยเจ้า เรื่องนี้ใหญ่เกินไป”
คําพูดนั้นราวมีดบางเฉือนลึก ความสิ้นหวังแปรเปลี่ยนเป็นความ
โกรธ หลิงเอ๋อ กัดฟัน หันไปทางจ้าวเข่อหรัน
“คุณหนูใหญ่ บ่าวมีเรื่องจะบอก”
ทั้งโถงเงียบงัน จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“พูดมาเถิด”
ทว่าจ้าวเย่อเหรินกลับไม่สะทกสะท้าน เพียงยกถ้วยชาจิบช้า ๆ มืออีก ข้างลูบปีนไม้ธรรมดาบนมวยผม สายตาหลิงเอ๋อร์พลันแข็งค้าง ปิ่นไม้นั้น บางสิ่งบางอย่างที่นางไม่อาจทรยศ สุดท้ายหลิงเอ๋อร์ก้มหน้า
บ่าว… ไม่มีอะไรจะพูดแล้วเจ้าค่ะ”
ไม่นาน เสียงไม้กระทบเนื้อดังสะท้อนจากลานด้านนอก เสียงกรีด ร้องค่อย ๆ แผ่วลง จนเหลือเพียงเสียงกระบอง แล้วก็เงียบ
“สิ้นใจแล้วขอรับ”
จ้าวชงโบกมืออย่างไม่ใสใจ เพียงสาวใช้คนหนึ่งตายไป จวนยังคงสงบ งเดิม ทว่าภายในใจของจ้าวเบ่อหรันกลับมิได้โล่งอย่างที่คิด นางนึกถึงวัน วานที่เคยหัวเราะร่วมกัน หากหลิงเอ่อ ไม่ทรยศ… จะดีเพียงใด นางถอน หายใจ สั่งให้ส่งเงินหนึ่งร้อยตาลิงไปให้ครอบครัวของหลิงเอ๋อร์ เป็นสิ่งเดียว
ที่ทําได้
คืนนั้นยามใหสีอ จ้าวเข่อหรันนอนพลิกไปมา หลับไม่ลง ภาพอดีต ชาติผุดขึ้น ภาพหลิงเอ๋อร์ร่วมมือก