า “น้องเขย เจ้ามาพอดี เจ้ารีบมาจัดการให้ข้าเถิด!”
จินเฟิงไม่ได้พูดอะไร แต่มองดูไม้กระบองในมือของกวานจู้จือเงียบ ๆ
กวานจู้จือแสยะยิ้มและโยนไม้กระบองออกไปแล้วพูดต่อ “น้องเขย ตอนที่เจ้าไปบ้านข้า เจ้าก็คงเห็นแล้วว่าไนปั่นด้ายของพี่สะใภ้เจ้านั้นเก่าและช้าเกินไป ข้าก็แค่อยากจะมอบไนปั่นด้ายตัวใหม่ให้แก่นาง ข้าจะมาปรึกษากับเสี่ยวโหรวแต่เสี่ยวโหรวยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร ถังตงตงก็เข้ามาขัดขวางพร้อมกับปฏิเสธเสียงแข็ง ขนาดข้าทะเลาะกับนาง เสี่ยวโหรวก็ยังเลือกที่จะปกป้องนาง น้องเขย พวกเราล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน แต่ถังตงตงผู้นี้เป็นใคร นางมีสิทธ์อะไร…”
“ถังตงตงเป็นผู้ดูแลโรงงานที่ข้าจ้างมา ที่โรงงานพัฒนามาจนถึงวันนี้ได้นั่นก็เป็นเพราะว่านางเป็นผู้ดูแล”
จินเฟิงขัดคำพูดของกวานจู้จือและพูดเสียงเรียบ “หากเจ้ากล้าพูดหยาบคายกับตงตงและเสี่ยวโหรวอีกครั้ง ก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน! ต่อไปนี้ห้ามเจ้าเข้าใกล้โรงงานสิ่งทอนี้อีก!”
หลังจากฝึกฝนในสนามรบมาหลายเดือน จินเฟิงได้สั่งให้คนสังหารทหารตั่งเซี่ยงไปนับไม่ถ้วน ยามสงบเขาดูเหมือนบัณฑิตผู้อ่อนแอไร้พิษภัย แต่เมื่ออารมณ์เสีย ความโหดร้ายของเขาก็เผยออกมาทันที
แม้ว่าเสียงของเขาจะเบาและไม่ได้ตวาดรุนแรง แต่ดวงตาที่เย็นชาของจินเฟิงก็ทำให้กวานจู้จือเหงื่อตก
จินเฟิงเหมือนพร้อมที่จะลงมือฆ่าใครสักคนในไม่ช้า
จากนั้นกวานจู้จือก็จำขึ้นใจว่า น้องเขยของเขาไม่เพียงแต่เป็นบัณฑิตผู้อ่