อนแอเท่านั้น แต่ยังเป็นวีรบุรุษปราบเสือที่ผ่านสนามรบมาแล้วอีกด้วย
เขารีบก้มศีรษะลงและวิ่งหนีไปอย่างสิ้นหวัง
กวานเสี่ยวโหรวเองก็ตกใจกับการแสดงออกของจินเฟิงเมื่อครู่นี้ นางได้แต่ก้มศีรษะแล้วเอ่ยอย่างแผ่วเบา “สามี เจ้าอย่าโกรธไปเลยนะ ไว้กลับไปข้าจะคุยกับพี่ชายของข้าดี ๆ อีกที…”
“เจ้าไม่ต้องไปพูดอะไรกับเขาหรอก ให้เขากลับไปก็พอ”
จินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ช่วงนี้พวกบุรุษที่กวานเจียวานทำงานได้ดีมาก แม้กระทั่งในวันที่อากาศร้อนทุกคนก็ทำงานอย่างหนัก ตอนกลางวันพวกเขาก็ไม่ได้หยุดพักผ่อน และหลังจากกินข้าวเสร็จพวกเขาก็รีบกลับไปทำงานทันที
จินเฟิงพอใจกับสิ่งนี้มาก
กวานจู้จือคิดว่าเขามีศักดิ์เป็นพี่ชายของจินเฟิง เขาจึงไม่ได้ทำงานและเดินไปรอบ ๆ หมู่บ้านตลอดทั้งวัน
ช่วงนี้จินเฟิงยุ่งมากและคร้านเกินกว่าที่จะคุยกับเขา
การที่ชายผู้นี้ต้องการไนปั่นด้ายน่ะไม่เท่าไร แต่เขากลับต้องการเอาชนะถังตงตงนี่สิ ในเมื่อเป็นเช่นนี้จินเฟิงจึงทนไม่ได้กับพฤติกรรมของเขา
กวานเสี่ยวโหรวได้ยินก็รู้ว่าสามีโกรธมาก นางจึงพยักหน้าและตอบรับอย่างแผ่วเบา
เมื่อแต่งงานกันแล้ว ในใจของกวานเสี่ยวโหรวจินเฟิงคือลำดับแรก แม้ว่านางจะเสียใจที่พี่ชายและสามีบาดหมางกัน แต่นางก็ยังคงยืนเคียงข้างจินเฟิง
“ตงตง ข้าต้องขอโทษด้วย”
หลังจากที่กวานเสี่ยวโหรวจากไปแล้ว จินเฟิงก็ไปขอโทษถังตงตงด้วยตัวเอง “ข้าไม่คิดว่าจะมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น เจ้าไม่