ป็นหัวหน้าหมู่บ้าน”
“ทำความเคารพหัวหน้าหมู่บ้าน”
จินเฟิงยิ้มและกล่าวคำนับหัวหน้าตระกูล
“ไอหยา เรียกว่าหัวหน้าหมู่บ้านหัวหน้าตระกูลอะไรกัน เสี่ยวโหรวเรียกข้าว่าซานเหยียเหยี่ย เจ้าก็ควรเรียกข้าว่าซานเหยียเหยี่ย”
หัวหน้าตระกูลโบกมือแล้วบอกกล่าว
“ทำความเคารพซานเหยียเหยี่ย”
จินเฟิงตระหนักว่าผู้นำตระกูลแสดงความปรารถนาดีต่อเขา ดังนั้นเขาจึงยิ้มและเอ่ยทักทายอีกครั้ง
“เด็กหนุ่มช่างรู้ความเสียจริง”
หัวหน้าหมู่บ้านหัวเราะออกมาจนหนวดเคราสั่นไหว
“จู้จือ เจ้าคอยดูแลลูกเขยและหัวหน้าตระกูลแทนข้าที ข้าจะไปทำอาหาร”
กวานหลิวซื่ออธิบายและพาเถียนซานยาเข้าไปในครัว
“ท่านแม่ สามีข้ายังมีเรื่องที่ต้องจัดการ พวกข้าคงไม่ได้อยู่กินข้าวที่นี่”
กวานเสี่ยวโหรวเดินเข้าไปในครัวพร้อมเอ่ยบอก
“นาน ๆ ทีลูกเขยของข้าจะมาที่นี่ จะกลับไปโดยไม่กินข้าวได้อย่างไร คนในหมู่บ้านจะครหาเอาได้”
กวานหลิวซื่อกลอกตามองไปที่กวานเสี่ยวโหรว
“แต่นี่มันเร็วเกินไปหรือไม่? เพิ่งจะกี่โมงยามเอง ท่านเริ่มทำอาหารแล้วหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวกล่าวด้วยความตกตะลึง
“เนื้อกระต่ายแห้งนั้นปรุงยาก ต้องตุ๋นให้เปื่อย”
ว่าจบกวานหลิวซื่อก็หยิบอ่างมาแช่กระต่าย
“ท่านแม่ กระต่ายที่ข้านำมาให้ท่านยังกินไม่หมดอีกหรือ?”
กวานเสี่ยวโหรวดึงกระต่ายแล้วเอ่ยถาม
ในช่วงสองเดือนที่จินเฟิงไม่อยู่บ้าน จางเหลียงจะไปล่าสัตว์บนภูเขาเป็นครั้งคราวและนำเหยื่อจำนวนมากมาให้กวานเสี่ยวโห