างหนักเพื่อเร่งแผนงาน
น่าเสียดายที่ซีเหอวานมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย และคนงานชายที่มารวมตัวกันส่วนมากก็มีชายหนุ่มไม่กี่คน โดยส่วนใหญ่เป็นมือใหม่ไม่เคยทำงานก่อสร้างมาก่อน ดังนั้นการดำเนินการก่อสร้างจึงช้ามาก
เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านเห็นว่าจินเฟิงค่อนข้างรีบเร่ง เขาเลยเรียกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านให้เข้าร่วมทำงานก่อสร้างโดยให้ช่วยขนย้ายอิฐและส่งมอบสิ่งของ
น้ำหนักของอิฐสีเทานี้ไม่เบานัก ก้อนหนึ่งหนักราวสิบสองจิน บุรุษที่โตและแข็งแกร่งหน่อยขนย้ายได้ครั้งละสองก้อน ส่วนเด็ก ๆ ขนย้ายได้ครั้งละหนึ่งก้อน
จินเฟิงเห็นเด็กหญิงอายุประมาณห้าขวบและน้องชายอายุประมาณสามขวบกำลังเข็นก้อนอิฐนี้ไปส่งให้คนงานชายที่ริมกำแพง
ทั้งสองคนไม่สวมรองเท้า เมื่อเด็กหญิงเข็นอิฐไปชนเท้าน้องชาย เด็กชายก็เริ่มร้องไห้ด้วยความเจ็บ
“ไม่ต้องร้องนะ ไม่ต้องร้อง”
พี่สาวปาดน้ำตาน้องชายแล้วพูดกับน้องชายเบา ๆ และน้องชายก็หยุดร้องไห้ จากนั้นเขาก็เดินกะโผลกกะเผลกกลับไปขนอิฐกับพี่สาวอีกครั้ง
“แบบนี้ก็ได้เหรอ?”
เมื่อจินเฟิงเห็นภาพนี้ เขาก็เกิดความไม่พอใจและเดินไปหาหัวหน้าหมู่บ้านที่ดูแลสถานที่ก่อสร้าง “ท่านอาหลิว เหตุใดท่านจึงปล่อยให้เด็ก ๆ มาที่นี่ หากชนกับเด็กตัวเล็ก ๆ เข้าจะทำอย่างไร?”
“ข้าเห็นว่าเจ้ากำลังรีบเร่งสร้างบ้าน ก็เลยเรียกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านมาช่วย และมีค่าจ้างให้วันละหนึ่งเหรียญทองแดงพร้อมอาหารสองมื้อ ข้าไม่รู้ว่าจะมีเด็กตัวน้อยติดตาม