นก็ถือเป็นโจรกลุ่มใหญ่ ซึ่งหัวเมืองเล็ก ๆ และหมู่บ้านทางตะวันตกของอำเภอจินชวนจะต้องจ่ายส่วยประจำปีให้ แน่นอนว่า อิทธิพลของพวกเขายิ่งใหญ่กว่าโจรเขาเมาเมามาก
ทั้งสองฝ่ายถือว่าอยู่คนละระดับกัน
“หากต้องการไปที่จวนว่าการอำเภอ เราจำเป็นต้องผ่านถงซาน หากถูกพวกเขาปิดกั้นเช่นนี้เราจะทำอย่างไร?”
หม่านชางกล่าว “ท่านอาจารย์ เราไปคุยกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอกำลังจากกลุ่มปราบเสือดีหรือไม่ หากใช้ธนูจ้งหนู่และเครื่องเหวี่ยงหินด้วย โจรเขาเถี่ยกว้านคงไม่มีพลังมากไปกว่าทหารม้าตั่งเซี่ยงหรอก?”
หม่านชางเองก็เลื่อมใสศรัทธาในตัวจินเฟิง หลังจากผ่านเรื่องราวที่เมืองเว่ยโจวมาได้ ความศรัทธาของเขาที่มีต่อจินเฟิงถือว่าอยู่ในระดับสูงสุด
ในความเห็นของเขา กองทัพที่แม้แต่ตั่งเซี่ยงผู้อยู่ยงคงกระพันยังถูกจินเฟิงตีจนแหลกเป็นชิ้น ๆ มาแล้ว นี่แค่กลุ่มโจรเพียงกลุ่มเดียวคงไม่ครณามืออดีตแม่ทัพรักษาการณ์
“หม่านชาง มันแตกต่าง”
จินเฟิงเอ่ย “ในสงคราม สิ่งสำคัญคือต้องมีเวลา สถานที่ที่เหมาะสม และคนที่เหมาะสม การที่กองทัพหนานเจิงแห่งตั่งเซี่ยงเดินทัพมาตอนใต้ก็คือเวลาที่เหมาะสม พื้นที่รอบชิงสุยกู่ง่ายต่อการป้องกัน ซึ่งเป็นทำเลที่ดีสำหรับกองทัพเถี่ยหลิน ทุกคนในกองทัพเถี่ยหลินรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะต้องชนะ ไม่เช่นนั้นคงมีเพียงความตายที่รออยู่ พวกเขาจึงต่อสู้กันแบบสุดชีวิต นี่คือความสามัคคี”
เขาหันมองหม่านชางตรง ๆ แล้วว่าต่อ “เ