ึงขึ้นเขามาแต่เช้าล่ะ?”
จินเฟิงมองดูใบหน้าซีดเซียวของชิ่งไหวและบอกให้สวีเซียวไปเอาเก้าอี้มา
“ข้าเป็นแม่ทัพออกศึก อาการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ใช่ปัญหาอันใด”
ชิ่งไหวโบกมือให้สวีเซียว จงอู่ และคนอื่น ๆ ออกไปก่อน “ท่านอาจารย์อยู่ที่นี่ต่อได้หรือไม่ ข้าสามารถช่วยจัดหาตำแหน่งของท่านในกองทัพได้”
แม้เขาจะรู้ว่าความเป็นไปได้นั้นต่ำมาก แต่ก็อยากจะลองเอ่ยปากถามดูก่อน
“ขอบคุณท่านโหวสำหรับความเมตตา แต่ข้ายังอยากที่จะกลับไป”
จินเฟิงส่ายศีรษะอย่างไม่ลังเล
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา เขาได้เห็นหลาย ๆ อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น หลังจากการสู้รบครั้งนี้ จินเฟิงได้รับความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับการทหารและการเมืองในต้าคัง
แม่ทัพฟ่านเป็นขุนนางระดับสูงในราชสำนัก แต่อีกฝ่ายก็ยังถูกขัดขวางโดยแม่ทัพที่ไม่ได้ความคนอื่นทุก ๆ ด้าน ทั้ง ๆ ที่กองทัพเจินซีมีกองกำลังนับหมื่นชีวิต แต่กองทัพที่สามารถลงสนามรบและต่อสู้ได้กลับเป็นกองทัพฟ่านเจียและกองทัพเถี่ยหลิน
หากไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของแฟแลงซ์มาซิโดเนียและเครื่องเหวี่ยงหินครั้งนี้ คงเป็นเรื่องยากสำหรับกองทัพเจินซีที่จะปกป้องชิงสุยกู่เอาไว้ได้
และกองทัพเถี่ยหลินก็คงไม่ได้มีบทสรุปที่สวยงามเช่นนี้
ในชีวิตที่แล้ว จินเฟิงเป็นคนที่เก่งกาจด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เขายอมอยู่ในห้องทดลองนานครึ่งเดือนดีกว่าอยู่ในห้องประชุมครึ่งชั่วโมง
ผู้บริหารระดับสูงล้วนเป็นบุคคลที่พูดจาวกวนคาดเดาได้ยา