้าว และเหล่านายกองอีกหลายนายยืนอยู่บนก้อนหินขนาดใหญ่เพื่อดูฉากนั้น
“ท่านอาจารย์ ตราบใดที่เรารออีกสองสามวัน ชาวตั่งเซี่ยงก็จะอดตายกันทั้งหมด ถึงตอนนั้นเราค่อยจัดการเก็บศพก็ได้แล้ว เหตุใดท่านโหวและแม่ทัพฟ่านต้องเสียเวลานำกองกำลังมาต่อสู้กับพวกเขาด้วยเล่า?”
นายกองเอ่ยถามอย่างสงสัย “นอกจากนี้ แม้ว่าเราจะต่อสู้ ตอนนี้ชาวตั่งเซี่ยงก็ถือว่าอ่อนแอมาก เหตุใดแม่ทัพฟ่านจึงเสียเวลาประกาศให้พวกเขายอมจำนนง่าย ๆ เช่นนั้น? เขานำกระบวนทัพออกไปกวาดล้างพวกเขาทั้งหมดก็ได้แล้วมิใช่หรือ”
“เจ้ารู้อะไรหรือไม่?”
ผู้เฒ่าจ้าวกล่าวว่า “ต้าคังของเรามีท่านอ๋องสองท่านที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันในตั่งเซี่ยง ยิ่งไปกว่านั้นไม่ต้องพูดถึงองค์หญิงที่แต่งงานไปนานหลายปีแล้ว หากเราสังหารกองทัพหนานเจิงทั้งหมด แล้วพวกเขาเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร? หากทหารตั่งเซี่ยงเหล่านี้ถูกจับ ท่านอ๋องและองค์หญิงก็สามารถกลับคืนมาต้าคังได้ด้วยการเจรจา อีกทั้งยังสามารถแลกตัวทาสชาวฮั่นที่ตั่งเซี่ยงจับไปกลับมาได้ด้วย เช่นนั้น ย่อมมีประโยชน์มากกว่าการฆ่าพวกหลี่จี้ขุยโดยตรง ถูกหรือไม่?”
“ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุผลนี้นี่เอง”
เมื่อได้ยินดังนั้น นายกองก็เข้าใจได้ในทันที
จินเฟิงก็พยักหน้าเล็กน้อย
สถานะต่างกัน ความคิดความอ่านย่อมแตกต่างกัน
จากมุมมองของทหารชั้นผู้น้อยอย่างอีกฝ่าย แน่นอนว่าเป็นการดีที่สุดที่จะฆ่าชาวตั่งเซี่ยงทั้งหมดเพื่อสนองความแค้น
แต่จากมุมม