จริง ๆ
ครึ่งชั่วยามต่อมา มือชูธงก็เดินทางออกจากจวนชิ่งกั๋วกง
เมื่อชิ่งจงซื่อรู้ว่าชิ่งไหวไม่เป็นอะไรแล้ว นางก็อารมณ์ดีขึ้นมาก จึงมอบเงินส่วนตัวสองร้อยตำลึงเงินเป็นค่าตอบแทนให้เขา เมื่อรวมกับเงินที่ชิ่งไหวเคยปูนบำเหน็จให้ มือชูธงมีเงินเก็บเกือบจะหนึ่งพันตำลึงเงินแล้ว
การเดินทางมายังเปี้ยนจิงครั้งนี้ถือว่าคุ้มค่ามาก
ในขณะที่เขากำลังจะหาโรงแลกเงินเพื่อแลกเป็นธนบัตรเงินก็มีรถม้าคันหนึ่งตรงเข้ามาหา
มือชูธงเหลือบมองธงลายเมฆที่มีคำว่าจ้าวปรากฏอยู่ จากนั้นก็รู้ได้ทันทีว่านี่เป็นรถม้าของจ้าวกั๋วกงหรือคนตระกูลจ้าว เขาจึงหลีกทางให้
อย่างไรก็ตาม รถม้าก็ได้หยุดลงข้าง ๆ เขา
ขุนนางหนุ่มผู้หนึ่งเปิดม่านออกแล้วเอ่ยถาม “เจ้าคือทูตด่วนหงหลิงที่เพิ่งกลับมาจากชิงสุยกู่หรือไม่?”
“ใช่!”
มือชูธงพยักหน้า
“ไปกับข้าสักประเดี๋ยว ข้ามีรางวัลให้”
คุณชายผู้สูงศักดิ์กระซิบเบา ๆ จากนั้นผู้ดูแลคนหนึ่งก็มาจูงม้าพันธุ์ดีไป
“ตกลง!”
มือชูธงยินดีและตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
เขาได้รับการปูนบำเหน็จอีกแล้ว!
…
วันนี้ มือชูธงได้เข้าไปจวนหลังใหญ่ถึงหกหลัง ตัวเขาได้รับเงินมาหลายพันตำลึงเงิน
สำหรับขุนนางหรือผู้มีบรรดาศักดิ์ การปูนบำเหน็จให้ทูตด่วนหงหลิงนั้นถือว่าคุ้มค่า เพราะพวกเขาต้องการรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างละเอียด
หลังจากผู้ถือธงกลับออกไปแล้ว จ้าวกั๋วกงก็เรียกหาทูตด่วนหงหลิงคนอื่น ๆ เพื่อให้พวกเขาตรวจสอบว่าข่าวนั้นถูกต้องหรือไม่
ขุ