นนางคนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
ดังนั้นไม่ใช่แค่มือชูธงเท่านั้นที่มีรายได้มหาศาล แต่ยังรวมไปถึงทูตด่วนหงหลิงอีกหลายคนด้วย
อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของจินเฟิงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเปี้ยนจิง และชื่อของเขาก็ดึงดูดความสนใจในหมู่ขุนนางเรียบร้อยแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น ในระหว่างการประชุมที่ราชสำนักในช่วงเช้า ฮ่องเต้เฉินจี๋ก็เอ่ยถึงจินเฟิงด้วยพระองค์เอง
“ขุนนางทั้งหลาย ข้ารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างยิ่งที่กองทัพเถี่ยหลินได้รับชัยชนะอย่างสมบูรณ์ในครั้งนี้ ข้าพร้อมที่จะปูนบำเหน็จให้อย่างเต็มที่ เหล่าขุนนางคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไร”
เฉินจี๋มองดูทุกอย่างรอคอยคำตอบ
ตอนที่ชิ่งไหวต้องการแต่งตั้งให้จินเฟิงรักษาการณ์แม่ทัพแห่งเถี่ยหลิน ชิ่งกั๋วกงต่อต้านอย่างหนักและขอให้ฮ่องเต้เปลี่ยนแปลงคำสั่งของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เป็นผลให้ฉู่กั๋วกงและกลุ่มของถงกวานกลัวว่ากองทัพเถี่ยหลินจะหนีไป พวกเขาจึงต่อต้าน
ใครจะรู้ว่ากองทัพเถี่ยหลินจะเอาชนะได้ จินเฟิงไม่เพียงดูแลกองทัพเถี่ยหลินได้เป็นอย่างดีเท่านั้น แต่เขายังนำชัยชนะมาให้อีกด้วย
ชิ่งกั๋วกงรู้สึกโล่งใจที่เห็นถงกวานมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ทว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาเยาะเย้นถงกวาน แต่เป็นเวลากอบโกยผลประโยน์
ทันทีที่ฮ่องเต้พูดจบ ชิ่งกั๋วกงก็ออกมาจากแถวพร้อมกับเฉาฮู่*[1] ของเขา “ฝ่าบาททรงมีพระปรีชาสามารถ กองทัพเถี่ยหลินได้ทำการต่อสู้อย่างกล้าหาญและรูปแบบกระบวนทัพที่จินเฟิงเป็นผู้สร้