งเขาแข็งกร้าวมาก ท่าทีของอีกฝ่ายทำให้จินเฟิงไม่พอใจ ชายหนุ่มจึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำถามของชายชราและเดินตรงไปยังข้างเตียงท่านโหวหนุ่ม
การโดนเมินเฉยเฉย นับว่าเป็นสิ่งที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง ชายชราทำงานร่วมกับแม่ทัพฟ่านมาหลายปีแล้ว ไม่ว่าเขาจะไปที่ใด ทุกคนก็ยกย่องไม่ใช่หรือ?
ทว่าวันนี้กลับถูกบุคคลที่ไม่รู้จักเพิกเฉย เขาโกรธมากจนหายใจแรงและจ้องมองไปที่จินเฟิงพร้อมพูดขึ้นเสียงดัง “จินเฟิง ข้ากำลังพูดกับเจ้า!”
คนโดนเรียกชื่อยังไม่หันไปมองเขา แต่หันไปหาหลิวฉยงที่ยืนอยู่ข้างเตียงชิ่งไหวและถามว่า “ชายชราผู้นี้เป็นใคร?”
“เรียนท่านแม่ทัพ คนผู้นี้คือผู้ใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพฟ่าน นามว่าจ้าวเยว่หรือผู้เฒ่าจ้าว” หลิวฉยงตอบ
“ที่แท้ก็เป็นคนใกล้ชิดกับแม่ทัพฟ่าน”
บัณฑิตหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นหันไปมองชายชรา
ผู้เฒ่าจ้าวสูดหายใจเข้าลึก ๆ และเชิดหน้าขึ้น เขากำลังคิดว่าตอนที่จินเฟิงเข้ามาทำความเคารพจะให้บทเรียนแก่อีกฝ่ายอย่างไรดี
แต่หลังจากเชิดหน้าขึ้นรอเป็นเวลานาน จินเฟิงก็ไม่ได้มาคำนับอย่างที่คาด
เมื่อหันกลับไป เขาก็ได้เห็นว่าอีกฝ่ายเดินไปข้างเตียงชิ่งไหวแล้ว ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาทักทายตนแม้แต่น้อย
“จินเฟิง แม่ทัพฟ่านขอให้ข้ามา…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ ชายหนุ่มก็หันหน้าไปและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หากเจ้ามีเรื่องอะไร ไว้รอข้าเยี่ยมท่านโหวเสร็จแล้วค่อยว่ากัน!”
คำพูดที่เหลือของชายชราถูกกลืนลงไปทันที เขาส