นอยู่ในตัวเมือง ข้าขอคำแนะนำจากแม่ทัพฟ่านแล้ว อีกทั้งยังส่งตัวเจิ้งฟางไปยังชิงสุยกู่เพื่อขอคำสั่งการจากเหอหมิงชิน หลังจากนั้นท่านอาจารย์ก็จะเข้าดูแลกองทหารช่างได้”
ชิ่งไหวกล่าวต่อ “เจิ้งฟางออกไปได้สองชั่วยามแล้ว เขาน่าจะกลับมาเร็ว ๆ นี้ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหอหมิงชินจะทำตามที่เราร้องขอ”
“นี่เป็นวิธีเดียวที่เราพอจะทำได้ เร่งได้เท่าใดก็เท่านั้น ที่เหลือล้วนเป็นเรื่องของโชคชะตา”
จินเฟิงถอนหายใจอย่างหนัก เขาก็รู้สึกเบาใจขึ้นเล็กน้อย
แค่ไม่ส่งเขาไปชายแดนก็พอ
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
ทันทีที่ชิ่งไหวพูดถึงเจิ้งฟาง เจิ้งฟางก็วิ่งเข้ามาพอดี
ด้านหลังของเขามีชายหนุ่มรูปร่างอ้วนเตี้ย มีรอยคล้ำใต้ตา ตามมาด้วย
“เหอหมิงชิน เจ้ามาได้อย่างไร?”
เมื่อชิ่งไหวเห็นคนผู้นี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าไม่พอใจออกมา
ชายผู้นี้คือคนที่อาศัยอำนาจของครอบครัวยึดกองทัพเถี่ยหลินที่ท่านโหวหนุ่มเป็นผู้ดูแล
เหอหมิงชินไม่สนใจท่าทีไม่ต้อนรับของชิ่งไหว เขาจ้องมองไปท่านโหวหนุ่มและปาดน้ำตาด้วยความตื่นเต้น
กองทัพเถี่ยหลินคือกองทัพนิรนาม แต่หลังจากที่ชิ่งไหวเข้ามานำทัพ เขาก็ใช้กลยุทธสร้างกำลังแรงใจให้ทหารและฝึกฝนกองทัพเถี่ยหลินให้กลายเป็นกองกำลังที่เข้มแข็งในเวลาเพียงไม่กี่ปี จากที่เคยพ่ายแพ้ให้กับชาวตั่งเซี่ยงหรือกองทัพอื่น ๆ มาโดยตลอด กองทัพเถี่ยหลินก็สามารถรบชนะได้หลายครั้งติดต่อกัน
ด้วยเหตุนี้ ชิ่งไหวจึงได้รับตำแหน่งท่าน