ไม่นาน จ้าวเข่อหร้นก็มาถึงโถงใหญ่ ยังไม่ทันก้าวเข้าไปเต็มตัว ก็ สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึมครึมหนักอึ้งราวเมฆฝนก่อนพายุ ทันทีที่ย่างเท้า เข้าสู่ห้องโถง นางก็เห็นจ้าวชง นั่งอยู่บนที่นั่งประธาน สีหน้าเคร่งขรึมไร้รอย ยิ้ม ด้านข้างคือฉันเชียงเหอ สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะ ส่วนอีกฟากหนึ่งมีเก้าอี้ ตั้งอยู่ จ้าวเข่อเหรินนั่งอยู่บนนั้นอย่างอ่อนแรง ใบหน้ายังมีคราบน้ําตาไม่
ทันแห้ง
เห็นท่าทางเช่นนี้ จ้าวเข่อหรันก็เข้าใจในทันที ดูท่าเย่อเหรินจะฟ้อง มารดาเรียบร้อยแล้ว ไม่เช่นนั้นฉินเสียงเหอคงไม่เดือดดาลถึงเพียงนี้ สาย
ตาของนางกวาดมองรอบโถงอย่างแนบเนียน นอกจากบิดามารดาและเย่อ เหรินแล้ว หลี่อี๋เหนียงกับบุตรสาวสองคน จ้าวหลินและจ้าวเหมย ก็มาด้วย หลิวอี้เหนียงก็นั่งอยู่ สีหน้าแฝงแววสะใจอย่างปิดไม่มิด มีเพียงจาง เหนียง กับจ้าวอิง ตัวละครเอกอีกฝ่าย ที่ยังมาไม่ถึง
“ช่างพร้อมหน้าพร้อมตาดีจริง”
จ้าวเข่อหรันคิดในใจ เรื่องนี้คงถูกทําให้ใหญ่โตไม่น้อย นางอด หัวเราะเย็นในใจไม่ได้ ก่อนหน้านี้ตอนตนตกน้ํา ทุกอย่างกลับถูกกลบ เกลื่อนง่ายดาย แต่พอเป็นเย่อเหรินตก า กลับเอิกเกริกถึงขั้น เชิญหลินชีหร่านมาด้วย เพียงเท่านี้ก็เห็นชัดแล้วว่า ในใจบิดามารดา บุตร สาวสองคนหนักเบาต่างกันเพียงใด
ที่ตําาแหน่งรองจากจ้าวชง หลิน หร่านก้าลังนั่งจิบชา สายตาของเขา มองไปทางจ้าวเย่อเหรินเป็นระยะ ความห่วงใยและความอาลัยรักในแววตา นั้น ปีตอย่างไรก