็ไม่มิด เย่อเหรินเองก็เงยหน้ามองกลับด้วยสายตาอ่อน หวาน ทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตากันต่อหน้าผู้คนอย่างไม่คิดปิดบัง
แต่ในบรรยากาศกดดันเช่นนี้ ไม่มีใครกล้ามองซ้ายขวา กลัวจะพลาด พลั้งเผลอสบตาใครแล้วต้องรับเคราะห์ มีเพียงจ้าวเข่อหรันที่เห็นทุกอย่าง ชัดเจน มุมปากของนางยกขึ้นเล็กน้อย ช่างกล้านัก…. หนึ่งคือคู่หมั้นของนาง
อีกหนึ่งคือน้องสาวของนาง
ครั้งหนึ่งนางเคยเชื่อว่าทั้งสองจริงใจต่อกัน ใช่… จริงใจจริง ๆ แต่
จริงใจที่จะใช้ประโยชน์จากนางเท่านั้นเอง
“ท่านพ่อ มีเรื่องใดหรือเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ราวกับไม่รู้สึกถึงความตึงเครียดใด ๆ
“เดี๋ยวเจ้าก็รู้”
จ้าวชงโบกมือ
“ไปยืนข้าง ๆ ก่อน”
ๆ
จ้าวเข่อหรันไม่พูดมาก เดินไปนั่งตําแหน่งตรงข้ามหลินชีหร่าน ใต้ ตําาแหน่งของเข่อเหริน ชุนอี้เหนียงกับจ้าวเข่อเฟิงที่ตามมาด้วยก็นั่งลงข้าง นาง ฉินเชียงเหอเห็นภาพนั้น คิ้วขมวดโดยไม่รู้ตั่ว ลูกสาวของตน ไปสนิท กับอนุภรรยาของสามีตั้งแต่เมื่อใด? การมีอยู่ของหญิงเหล่านั้น คือเครื่อง เตือนใจว่าสามีของนางมิได้เป็นของนางแต่ผู้เดียว แล้วลูกสาวแท้ ๆ กลับไป คบหากับพวกนั้น ไม่ต่างอะไรกับตบหน้านาง
แต่วันนี้เรื่องสําคัญคือทวงความยุติธรรมให้เย่อเหริน เรื่องอื่นไว้ที
หลัง จ้าวเข่อหรันเห็นแววไม่พอใจของมารดา แต่เพียงทําเป็นไม่รู้ไม่เห็น ชาติที่แล้วนางทุ่มเทเอาใจเพียงใด สุดท้ายยามคับขัน มารดาผู้ให้กําเนิดทา สิ่งใด? เย็นชา… หรือควรเร