ียกว่าช้าเติมดี?
ชาตินี้ นางจะไม่โง่อีกแล้ว ทันทีที่นั่งลง นางเอ่ยอย่างห่วงใย
“เชอเหริน เจ้าเพิ่งตกน้ํา ไฉนไม่พักในห้อง กลับออกมานั่งโถงใหญ่ เช่นนี้ หากอาการทรุดจะทําอย่างไร?”
เย่อเหรินยิ้มแผ่ว ในมุมที่ไม่มีใครเห็น แววตาฉายความพอใจ จากหลิงเอ๋อร์ นางรู้แล้วว่าจ้าวเข่อหรันเชื่อว่าจ้าวอิงเป็นคนผลัก เช้านี้ยังส่ง โสมมาให้ แถมตอนนี้ยังพูดจาเอ็นดู นั่นหมายความว่า พี่สาวยืนอยู่ข้างตน
“ขอบคุณท่านพี่ ข้าเพียงอยากทวงความยุติธรรมให้ตนเองเท่านั้น”
“เช่นนั้นก็รักษาตัวดี ๆ”
จ้าวเย่อหรันกล่าวด้วยสีหน้าอ่อนโยน แต่ในแววตากลับวาบเย็น ฉันเชียงเหอมองภาพพี่น้องรักใคร่กันด้วยความพอใจ หาได้รู้ไม่ว่า ทุกค้าคือ คําเสแสร้ง ไม่นาน จางอี้เหนียงพาจ้าวจึงเข้ามา ทันทีที่เห็นสองแม่ลูก ฉินเซี ยงเหอจ้องเขม็งด้วยความเกลียดชัง จาง เหนียงคุกเข่าลงทันที น้ําตาไหล
ริน
“ข้าพาบุตรสาวมาขอรับผิดเจ้าค่ะ”
จ้าวอิงก็คุกเข่าตาม
“เรื่องครั้งนี้เป็นความผิดของลูก ขอท่านพ่อโปรดลงโทษ
ฉินเชียงเหอแค่นเสียง
“แน่นอนว่าเป็นความผิดของเจ้า! หากเย่อเหรินของข้าเป็นอะไรไป
ข้าจะไม่ใว้ชีวิตพวกเจ้าแน่!”
สองแม่ลูกก้มหน้า ไม่เถียงสักค้า จ้าวเข่อหรันลอบชื่นชมในใจ ไม่ร้อง โวยวาย ไม่รีบแก้ตัว กลับก้มศีรษะก่อน ทําให้ดูน่าสงสาร เปรียบเทียบกับ ความเดือดดาลของมารดา น่าเห็นใจขึ้นโดยปริยาย ช่างวางหมากได้งดงาม จ้าวชงกล่าวเสียงหนัก “ลุกขึ้นได้”
จากนั้นประกาศว