วนเป่ย และจุดหมายปลายทางของชิ่งไหวครั้งนี้ก็คือเว่ยโจวที่อยู่สานเป่ยหรือตอนเหนือของส่านซี วัดระยะทางในแนวตรงจากเหนือถึงใต้เกือบหนึ่งลี้ หากเป็นยุคหลังคงสามารถขับรถไปที่นั่นได้ในไม่กี่ชั่วโมง
แต่ต้าคังไม่มีทางด่วน และภูเขาหลายแห่งก็ไม่มีแม้แต่ถนนด้วยซ้ำ การเดินทางจึงค่อนข้างล่าช้า
ก่อนอื่นต้องไปแม่น้ำเจียหลิงเพื่อใช้เส้นทางน้ำ พายเรือทวนกระแสน้ำขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึงเฟิ่งหยาง จากนั้นก็เปลี่ยนมาเดินทางทางบกต่อ
การเดินทางครั้งนี้น่าจะใช้เวลามากกว่าสิบวัน
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชิ่งไหวรีบออกเดินทาง
จินชวนอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำเจียหลิงนัก ขบวนที่ออกเดินทางก่อนรุ่งสางจึงมาถึงท่าเรือในตอนสาย
เรือไม้ลำใหญ่จอดเทียบท่าเพื่อรอท่านโหวชิ่งไหวอยู่เงียบ ๆ
เหล่าองครักษ์นำม้าศึกขึ้นเรือ และจอดรถม้าที่จินเฟิงนั่งไว้บนฝั่ง
หากนำรถม้าลงเรือค่อนข้างกินพื้นที่ และเมื่อไปถึงเฟิ่งหยาง หลังจากลงเรือแล้วก็ยังต้องเดินทางทางบกอีกหลายร้อยลี้ การใช้รถม้าจึงล่าช้าเกินไป
จินเฟิงและหม่านชางจึงมีโอกาสเรียนรู้การขี่ม้าบนเรือเป็นครั้งแรก
ชิ่งไหวพาบัณฑิตหนุ่มขึ้นเรือ ขณะที่ชายร่างอวบอ้วนสวมชุดแพรไหมวิ่งมาต้อนรับ อีกฝ่ายโค้งคำนับให้กับท่านโหวหนุ่มมาแต่ไกล
“ท่านโหว เรากำลังรอท่านอยู่เลยขอรับ”
เขาเป็นพ่อค้าขายเกลือ และเป็นเจ้าของเรือไม้ลำใหญ่ลำนี้ บนเรือบรรทุกเกลือไว้จำนวนมากเตรียมที่จะขนส่งไปยังภาคกลาง
ตอนที่ชิ่งไหวส่งคนไป