ตรียมห้องปีกหน้าเรือนให้ข้าที”
ท่านโหวหนุ่มหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “เรือนของข้านั้นเรียบง่าย หวังว่าฮูหยินจะไม่ถือสา”
ระหว่างทางก่อนมาที่นี่ เขาได้หารือกับจินเฟิงเรื่องการไปที่สนามรบในวันพรุ่งนี้ แต่อีกฝ่ายบอกว่ายังจัดการเรื่องทางบ้านไม่เรียบร้อย
ตอนนี้เป็นเรื่องดีที่กวานเสี่ยวโหรวและถังตงตงมาอยู่ที่นี่ จินเฟิงจึงไม่มีความจำเป็นต้องกลับไปอีก
กวานเสี่ยวโหรวเกิดในครอบครัวเล็ก ๆ นางจึงไม่ค่อยรู้เรื่องมารยาทหรือคำพูดที่สุภาพที่ชิ่งไหวเอ่ยออกมา อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวล
โชคดีที่ถังตงตงเห็นความลำบากใจของนาง จึงรีบดึงกวานเสี่ยวโหรวมาข้าง ๆ และกล่าวกับชิ่งไหวอย่างมีมารยาท “ขอโทษด้วย ต้องรบกวนท่านโหวแล้ว”
“ตอนข้าอยู่ที่ซีเหอวาน ข้าก็รบกวนพวกเจ้าไม่น้อย”
ชิ่งไหวโบกมือด้วยท่วงท่าสบาย ๆ “เชิญทุกคนตามสบาย ข้าขอตัวไปผลัดผ้าก่อน”
“พี่ใหญ่เจิ้งฟางบอกว่าพวกเขาจะไปสนามรบ สามี เจ้าก็ไปกับพวกเขาหรือ?”
เมื่อชิ่งไหวจากไป กวานเสี่ยวโหรวก็ดึงแขนเสื้อจินเฟิงและเอ่ยถามด้วยท่าทางที่เป็นกังวล
“ท่านโหวดีกับพวกเรามาก เมื่อเขาเอ่ยปาก ข้าเลยรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ไปที่นั่นโดยปริยาย”
บัณฑิตหนุ่มกล่าว
เดิมทีเขากังวลเรื่องโจรเขาเมาเมา แต่ตอนนี้ชิ่งไหวได้จัดการแก้ไขความกังวลของเขาให้หมดสิ้นแล้ว เห็นได้ชัดว่า อีกฝ่ายจริงใจมาก จินเฟิงจึงไม่สามารถหาเหตุผลที่จะปฏิเสธท่านโหวหนุ่มได้จริง ๆ
ยิ่งไป