็นว่าทุกอย่างสมบูรณ์ดี ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย แม้ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังเก็บจะเป็นกองอิฐไม่ใช่อาหารก็ตาม
ดูเหมือนชาวบ้านจะรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าจินเฟิงเสียอีก พวกเขาไม่สนใจความร้อนที่ระอุอยู่ในเตาเผาและกระตือรือร้นที่จะเข้าไปขนก้อนอิฐออกมา
ในขณะเดียวกัน อีกด้านเจิ้งฟางและหลิวฉยงก็เดินทางถึงเปี้ยนชิงพร้อมกับจดหมายจากชิ่งไหวแล้ว
พวกเขาขี่ม้าเข้าไปในจวนชิ่งกั๋วกง พร้อมแสดงป้ายแขวนเอวของชิ่งไหวเพื่อขอเข้าพบผู้ดูแลแห่งจวนกั๋วกง หรือผู้ดูแลฉิน
ช่วยไม่ได้ พวกเขาเป็นแค่นายทหารชั้นผู้น้อย ไม่มีอำนาจมากพอที่จะเข้าพบท่านกั๋วกงโดยตรงได้จึงทำได้เพียงฝากจดหมายฉบับนี้ส่งผ่านไปทางผู้ดูแลเฉินซึ่งเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับชิ่งไหวเท่านั้น
“เชิญท่านทั้งสองตามข้าไปที่ป้อมเฝ้ายามและพักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะไปรายงานต่อท่านผู้ดูแล”
นี่คือป้ายประจำตัวของคุณชายสาม ผู้เฝ้ายามจำได้ทันทีและรีบเชิญตัวแทนทั้งสองเข้ามาอย่างรวดเร็ว
แต่ก่อนที่เจิ้งฟางและหลิวฉยงจะก้าวตามไป ชิ่งเจิง พี่ชายคนโตของชิ่งไหวก็เดินถือกรงนกออกมาก่อน
“คุณชายใหญ่!”
เจิ้งฟางและหลิวฉยงโค้งคำนับและเอ่ยทักทายอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เบี่ยงตัวไปด้านข้างเพื่อหลบทาง
“พวกเจ้าทั้งสองไม่ได้อยู่คุ้มกันเจ้าสามหรือ เหตุใดจึงมาอยู่ที่เปี้ยนจิงได้?”
ชิ่งเจิงหรี่ตาแล้วเอ่ยถาม “หรือว่าเจ้าสามถูกชาวตั่งเซี่ยนเล่นงานจนตาย พวกเจ้าเลยมาแจ้งข่าว?”
[