ด้ ถือว่าเป็นคุณงามความดีของเจ้า”
“เรียนท่านโหว กำแพงเมืองที่ข้าน้อยผู้ต่ำต้อยประจำการอยู่นั้นไม่ได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนาทำให้ถูกศัตรูโจมตีเอาได้ แม้ว่าพี่น้องที่มาเสริมทัพจะช่วยขับไล่ชาวตั่งเซี่ยงได้ในที่สุด แต่เราก็ได้เผชิญกับความสูญเสียไปแล้ว… ดังนั้นข้าน้อยไม่ถือว่านั่นเป็นคุณงามความดี”
จางเหลียงกล่าวตามความจริง
ชิ่งไหวถอนหายใจและเอ่ยถาม “เจ้าสูญเสียแขน แล้วเจ้าทำงานอะไรหลังจากปลดประจำการ?”
“แต่เดิมข้าหาเลี้ยงชีพด้วยการทำไร่ทำนา ทว่าเมื่อไม่นานมานี้จินเฟิงได้ช่วยสร้างหน้าไม้ที่ชายพิการอย่างข้าสามารถใช้งานได้ให้ ข้าจึงได้ออกล่าสัตว์อยู่ระยะหนึ่ง มาตอนนี้เริ่มมีเหยื่อน้อยลงแล้ว ข้าจึงมาช่วยงานจินเฟิงอย่างเช่นการซื้อของส่งของโดยเดินทางไปมาระหว่างหมู่บ้านซีเหอวานแห่งนี้กับตัวอำเภอ”
“ค่าตอบแทนต่อเดือนพอเลี้ยงชีพหรือไม่?”
“ขอบคุณท่านโหวที่เป็นห่วง จินเฟิงใจดีมาก เขาให้ค่าจ้างข้าน้อยผู้ต่ำต้อยเดือนละห้าร้อยเหรียญทองแดง นอกจากนี้เขายังสอนน้องชายของข้าน้อยเรื่องงานตีเหล็ก ทั้งยังให้มารดา ภรรยา และน้องสาวของข้ามาทำงานปั่นด้ายที่โรงงานแห่งนี้อีกด้วย ตอนนี้ครอบครัวของข้าสามารถกินข้าวได้วันละสามมื้อแล้ว”
เมื่อพูดจบจางเหลียงก็อดไม่ได้ที่จะมองจินเฟิงด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง
“ข้าขอบคุณท่านอาจารย์!”
ชิ่งไหวหันกลับมาและทุบเข้าที่หน้าอกของตนเพื่อแสดงความขอบคุณจินเฟิง
“ขอบคุณท่านอาจารย์!”
องครักษ