ิงเปลี่ยนจากนักรบเป็นท่านอาจารย์ทันที
ท่านโหวเริ่มสนใจบัณฑิตหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
ภายนอกอีกฝ่ายดูผ่ายผอมและอ่อนแอ ทั้งยังถ่อมตนเรียกตัวเองว่าข้าน้อยทั้งที่เป็นถึงบัณฑิต มากไปกว่านั้นยังสามารถยิงเสือและสร้างหน้าไม้ที่ทรงพลังได้อีก…
“ข้าไม่กล้าเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์หรอกขอรับ นี่คือทักษะอันน้อยนิดที่ข้าน้อยพอมีติดตัวเท่านั้น”
จินเฟิงไม่ชอบวิธีพูดของคนโบราณมากนัก หากมีอะไรก็ควรจะกล่าวกันอย่างตรงไปตรงมา? ไม่ต้องมาคอยสำรวมกิริยาให้สุภาพเช่นนี้
แต่เขาก็ทำได้เพียงบ่นอยู่ในใจ
หากจินเฟิงวางแขนโอบไหล่ของชิ่งไหวและเรียกอีกฝ่ายว่าน้องชาย เกรงว่าจะถูกองครักษ์ที่อยู่ข้างหลังท่านโหวหนุ่มปลิดชีพในอีกลมหายใจถัดไปเสียก่อน
การเข้าเมืองตาหลิ่วแล้วหลิ่วตาตาม เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้อายุยืนยาวขึ้นได้
ในยุคสมัยที่ชีวิตมนุษย์ไม่ได้มีค่ามากนัก จินเฟิงว่าการไหลไปตามกระแส ไม่ทำตัวเป็นไม้ใหญ่ขวางทางลมเป็นการดีที่สุด
“ท่านอาจารย์เป็นคนถ่อมตัวนัก!”
ชิ่งไหวส่งสัญญาณให้องครักษ์เอาลูกธนูลงมาจากต้นไม้ จากนั้นเขาก็พลิกหน้าไม้ในมือแล้วเอ่ย “เดิมทีหน้าไม้มีพลังมหาศาล แต่ก็ยากที่จะขึ้นสาย อีกทั้งความเร็วในการเติมลูกธนูก็ช้าเกินไป ทว่าท่านอาจารย์ได้พัฒนามันจนทั้งสองปัญหาได้รับการแก้ไขเรียบร้อย นี่นับว่าน่าชื่นชมยิ่งนัก!”
น่าเสียดายที่การผลิตหน้าไม้ต้องใช้ไม้และเชือกที่มีคุณภาพสูงจึงไม่สามารถผลิตได้คราวละมาก ๆ ไม่เช่นนั้นก