งไปรอบ ๆ แน่นอนว่าในเวลานี้ชาวบ้านต่างก็มามือเปล่า มีเพียงเขาและจางหม่านชางเท่านั้นที่มีอาวุธ
บัณฑิตหนุ่มไม่ได้ดูถูกพวกชาวบ้าน เขาเห็นด้วยตาตัวเองว่าบุรุษที่มาทำงานให้ต่างวิ่งกลับจากเตาเผาอิฐพร้อมอาวุธและไปซ่อนตัวอยู่ข้างพุ่มไม้
นี่คงเป็นวิธีการเอาตัวรอดของคนที่นี่ บางทีอาจสืบทอดมาแต่โบราณหลังจากต้องสูญเสียเลือดไปสุดคณานับ
หากกลุ่มโจรขอแค่เงินและเสบียงอาหารอย่างพอประมาณ พวกชาวบ้านคงพอที่จะอดทนได้ แต่แน่นอนว่าพวกมันไม่ได้ใจดีเพียงนั้น
ระยะหลังมานี้มีโจรชุกชุมมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งคนหนุ่มสาวที่แข็งแกร่งในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็ตัดสินใจเข้าร่วมกองทัพกันหมด คนที่เหลืออยู่จึงไม่สามารถเอาชนะกองโจรได้
ไม่ว่าเงินและเสบียงจะสำคัญแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับชีวิตของทั้งครอบครัว
แต่เมื่อโจรสังหารผู้บริสุทธิ์ตามอำเภอใจ พวกเขาก็จำเป็นต้องสู้จนยิบตา
แน่นอนว่า กลุ่มโจรก็รู้เรื่องนี้ดี ดังนั้นเมื่อมาเก็บส่วยประจำปีจึงไม่กล้าบีบบังคับมากเกินไปนัก
ทั้งสองฝ่ายพยายามรักษาสมดุลเพื่อไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง
เป็นเรื่องยากมากที่จะเห็นคนอย่างจินเฟิง ไม่มีชาวบ้านคนไหนจะวิ่งออกมาหาโจรพร้อมหน้าไม้อย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
“นายน้อยอาจไม่รู้ว่าพวกโจรจะมาเก็บส่วยประจำปีหลังการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วง เพราะฉะนั้นหากมีผู้มาเยือนในฤดูใบไม้ผลิ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการผลัดเปลี่ยนอำนาจในกลุ่มโจร กล่าวง่าย ๆ คือ มีโจรกลุ่มให