ที่เอื้อนเอ่ย กลับตกถึงหูเด็กน้อยวัยเพียงสามขวบโดยไม่ขาดตกแม้สักค้า เดียว ช่วงนี้เพราะเย่อเหรินป่วย ฉินเสียงเหอก็ไม่มีเวลามาเอาใจใส่ จ้าวเข่อหรันนัก
วันนี้เดิมทีนางกําลังเล่นซ่อนหากับแม่นมเยว่ แม่นมเยว่ างโง่นัก หา
ตั้งนานก็ยังหาไม่เจอ
เด็กหญิงคิดในใจอย่างขําขัน ไม่นาน นางเห็นชุน เหนียงกับจางอี้ เหนียงนั่งอยู่ในศาลาไกลออกไป ทั้งสองยังหยิบขนมขึ้นมากินกันอย่างสบาย
อารมณ์ จ้าวเข่อหรันเองก็อยากออกไปยอมบ้าง แต่พลันนึกได้ว่า มารดาไม่ โปรดให้ตนคลุกคลีกับเหล่าอี้เหนียง นางจึงนั่งเงียบ ๆ หลบอยู่หลังพุ่มไม้ รอให้แม่นมเยว่ มาหา
ต่อมาชุน เหนียงลุกจากไป เด็กหญิงเองก็คิดจะออกไปแล้ว เพราะ แม่นมเยว่ยังหานางไม่พบ นางจึงตั้งใจจะไปตามหาอีกฝ่ายเอง ทว่าใน จังหวะที่กําลังจะก้าวออกมา เสียงของจาง เหนียงก็ลอยมากระทบหู เก๊ก สามขวบผู้นั้น แม้ยังเยาว์วัย ทว่าเฉลียวฉลาดเกินวัย เพียงฟังก็เข้าใจว่าจาง อี้เหนียงคิดร้ายต่อชุน เหนียง จะบอกดีหรือไม่?
จ้าวเข่อหรันกัดนิ้วตัวเองอย่างกลัดกลุ้ม ความคิดเล็ก ๆ แต่หนักอึ้ง ในหัวใจเด็กน้อย มารดาไม่ชอบให้นางไปมาหาสู่กับ เหนียงทั้งหลาย หาก นางไปบอก ชุนอี้เหนียงรอดพ้นภัย แต่แม่จะโกรธหรือไม่? ทว่า….ในท้องของ ชุนอี๋เหนียงมีน้องตัวเล็ก ๆ อยู่ หากเด็กคนนั้นเป็นอะไรไปเล่า? เด็กหญิง เงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนดวงตาจะสว่างวาบ นางคิดวิธีออกแล้ว ไม่นาน จ้าวเข่อหรันก็แอบออกจากที่ซ่อน รีบไป