ขึ้นพร้อมกับเอ่ยถาม
“ตอนที่พวกข้าแต่งงานกัน พี่สาวก็ได้นำของขวัญไปมอบให้เรา ถือว่าครั้งนี้เรานำมาของขวัญมอบให้เป็นการตอบแทนก็แล้วกัน”
จินเฟิงหยิบชามเปล่าขึ้นมาพร้อมรอยยิ้ม เติมข้าวลงในชาม จากนั้นก็เทน้ำที่ตุ๋นและเนื้อกระต่ายลงไป ชายหนุ่มวางมันลงข้างหน้าจางเสี่ยวฮวา “เสี่ยวฮวา ลองชิมดูสิว่าอร่อยหรือไม่”
อย่างไรเสียจางเสี่ยวฮวาก็เป็นเด็ก นางรีบเลื่อนข้าวต้มในถ้วยไปไว้ด้านข้างทันที ก่อนจะเริ่มกินข้าวที่จินเฟินทำให้อย่างเอร็ดอร่อย
จางเหลียงได้แต่ใคร่ครวญ เขาควรจะปฏิเสธหรือไม่?
“ข้าขอบใจเจ้ามาก”
จางเหลียงไม่เข้าใจว่าบัณฑิตหนุ่มดีกับเขาขนาดนี้เพราะเหตุใด แต่ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่านี่เป็นของขวัญตอบแทน เช่นนั้น ก็คงไม่เหมาะที่จะปฏิเสธ เขาจึงต้องยอมรับอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อรู้ว่าไม่มีเหยื่ออยู่ที่ภูเขาด้านหลัง วันรุ่งขึ้นจางเหลียงจึงเดินผ่านเขาด้านหลังไปยังป่ารกทึบทันที
คืนนั้นเขากลับมาพร้อมกับกระต่ายสามตัว สุนัขจิ้งจอกหนึ่งตัว และไก่ฟ้าสี่ตัวที่สะพายอยู่บนหลัง
คราวนี้ไม่ต้องรอให้จางเหลียงเป็นคนแบ่งเสบียง จินเฟิงเลือกที่จะคว้าไก่ฟ้าทั้งหมดออกมาทันที
เพราะเนื้อกระต่ายค่อนข้างเหนียวและไม่อร่อยเท่าไก่ฟ้า
ไก่ฟ้าทั้งสี่ตัวนี้ หากกินไม่หมดอย่างไรก็สามารถนำไปตากแห้งได้
ในยุคหลัง ๆ ไก่ฟ้านี้ถือเป็นสัตว์คุ้มครอง ไม่สามารถกินได้
นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ชีวิตของครอบครัวจางก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยสมบูรณ์
ลูกช