จากนั้นเขาก็เริ่มสร้างไนปั่นด้ายสำหรับกวานเสี่ยวโหรว
เพราะเป็นงานที่ละเอียดอ่อนและเครื่องมือก็ล้าสมัยจึงเกิดความล่าช้าขึ้น
“จินเฟิงไม่ได้ไปล่าสัตว์มาหลายวันแล้วหรือ?”
“ใช่ ข้าเห็นเขาเอาแต่ยุ่งอยู่กับกองไม้เหล่านั้นทั้งวัน”
“เมื่อไม่กี่วันก่อน ข้าคิดว่านิสัยเขาเปลี่ยนไปแล้ว ใครจะไปรู้ว่าพอมีเงิน เขาจะเริ่มกลับมาเกียจคร้านอีกครั้ง”
“แต่เซี่ยกวางขโมยเงินเขาไปจนหมดมิใช่หรือ?”
“ใช่ เขาถูกขโมยไปมากกว่าครึ่ง แต่ก็ยังพอมีเหรียญทองแดงติดตัวอยู่บ้าง”
“ก็ถือว่าไม่น้อย”
“เหรียญทองแดงไม่กี่พวงจะใช้ได้นานเท่าไรกัน เดินแกว่งไปแกว่งมาไม่กี่วันก็คงหมด ข้าอยากจะรู้จริง ๆ ว่าหลังจากนั้นจินเฟิงจะเอาอะไรกิน”
…
ก่อนหน้านี้บรรดาสตรีในหมู่บ้านคิดว่าการมีจินเฟิงจะทำให้พวกนางกล้าขึ้นไปเก็บผักบนเขา แต่หลังจากรอมาหลายวัน พวกนางก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของบัณฑิตหนุ่ม เขาเอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านและทำงานช่างไม้ ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงเริ่มนินทาเขาอีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้แต่หลินอวิ๋นฟางก็ทนไม่ไหว นี่ก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เมื่อนางรู้ว่าจินเฟิงยังไม่ออกจากบ้าน จึงอดไม่ได้ที่จะวิ่งไปเกลี้ยกล่อมกวานเสี่ยวโหรว
“เสี่ยวโหรว คนในหมู่บ้านเริ่มติฉินนินทาว่าสามีของเจ้าน่ะเอาแต่อยู่บ้านเฉย ๆ…”
“ท่านพี่ สามีของข้าไม่ได้อยู่เฉย ๆ เขากำลังสร้างไนปั่นด้ายให้ข้า มันมีประโยชน์มากทีเดียว ข้าปั่นด้ายเพียงวันเดียวแต่ได้จำนวนมากกว่าที่เคยป