ั่นถึงห้าวัน”
กวานเสี่ยวโหรวกล่าวอย่างตื่นเต้นและชื่นชมในตัวสามี
ยุคสมัยนี้ยังไม่มีโรงงาน นอกจากการทำไร่ทำนาแล้ว รายได้ทางเดียวของสตรีช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยวคือการปั่นด้าย
เมื่อได้ยินกวานเสี่ยวโหรวกล่าวว่าไนปั่นด้ายที่จินเฟิงทำ ทำให้การปั่นด้ายหนึ่งวันของนางเทียบเท่ากับการทำงานห้าวัน หลินอวิ๋นฟางก็ตามลูกพี่ลูกน้องไปที่ห้องทางทิศตะวันออกทันที
ไนปั่นด้ายของต้าคังเป็นไนปั่นด้ายโบราณที่ต้องใช้มือและมีแกนหมุนเพียงอันเดียว เมื่อใช้งาน มือข้างหนึ่งจะหมุนวงล้อและมืออีกข้างจะคอยดึงม้วนเส้นด้าย นอกจากจะทำงานไม่สะดวกแล้วยังทำให้การทำงานล่าช้าอีกด้วย
แต่ไนปั่นด้ายที่จินเฟิงทำขึ้นมาใหม่ขับเคลื่อนด้วยคันเหยียบ ซึ่งไม่เพียงแต่สามารถปล่อยมือได้เท่านั้น ทว่าเขายังเพิ่มจำนวนแกนหมุนเป็นสี่ แกน ส่งผลให้ความเร็วในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก ผู้ใช้งานจึงรู้สึกผ่อนคลายมากกว่าเดิม
หลินอวิ๋นฟางเฝ้าดูกวานเสี่ยวโหรวปั่นด้ายขนาดใหญ่ในช่วงเวลาสั้น ๆ พลันดวงตานางก็เบิกกว้างเมื่อเห็นประโยชน์ของมัน
นางลืมจุดประสงค์ของการมาที่นี่ไปเสียสิ้น หลินอวิ๋นฟางอุทานพร้อมกับเอ่ยชมเชย “เสี่ยวโหรว ไนปั่นด้ายนี้ทำงานได้อย่างรวดเร็วจริง ๆ สามีของเจ้าฉลาดมาก เขาคิดสิ่งนี้ขึ้นมาได้อย่างไรกัน”
ถ้ามีไนปั่นด้ายแบบนี้ นางก็จะไม่ต้องขึ้นเขาไปเก็บผักป่า และสตรีในบ้านก็จะได้ผลัดเปลี่ยนกันมาปั่นด้าย เช่นนั้น รายได้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับให้ทั้งค