งหนัก
“ท่านแม่ ท่านร้องไห้ทำไม?”
กวานเสี่ยวโหรวตกตะลึง “ข้าพูดอะไรผิดไปงั้นหรือ?”
“ข้ามีความสุข”
กวานหลิวซื่อเช็ดน้ำตาของนางแล้วพูดต่อ “ในที่สุดสวรรค์ก็มีตา เสี่ยวโหรว ลูกได้พบคนที่ดีแล้ว!”
“อื้ม สามีดีกับข้ามาก ตั้งแต่ข้าแต่งงานกับเขา เขาไม่เคยทุบตีหรือดุด่าข้า เขาอนุญาตให้ข้ากินข้าวก่อนได้ และกินข้าวสวยได้มากตามต้องการ เมื่อวานเขาไปศาลาว่าการก็ยังซื้อผ้ากลับมาให้ข้าไปตัดเสื้อผ้าใหม่ ๆ”
“ดี ดี! ในที่สุดเจ้าก็ผ่านพ้นเรื่องราวร้าย ๆ…”
กวานหลิวซื่อลูบผมของลูกสาวและมองนางด้วยความรักใคร่ จากนั้นก็หันไปมองลูกเขยอย่างจินเฟิงที่สร้างความประทับใจให้เป็นอย่างมาก “ลูกเขย ไม่ต้องยืนอยู่ตรงลานแล้ว เข้าบ้านเถิด”
บ้านหลังนี้ทรุดโทรมกว่าบ้านที่จินเฟิงอยู่ ตรงกลางบ้านมีโต๊ะขาไม่สมประกอบ ม้านั่งสองตัวที่ใช้งานมาแล้วไม่รู้กี่ปี และไนปั่นด้ายที่ชำรุดทรุดโทรมวางอยู่ใต้หน้าต่าง
นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
“ลูกเขย เจ้านั่งลงก่อนเถิด เดี๋ยวข้าไปเอาน้ำมาให้”
กวานหลิวซื่อหยิบกาน้ำชาที่มีรอยร้าวบนโต๊ะแล้ววิ่งไปเอาน้ำในครัว
“ท่านพี่ ท่านได้กินข้าวสวยจริง ๆ หรือ?”
ในที่สุดเด็กหญิงตัวน้อยก็หาโอกาสพูด
นางจับแขนกวานเสี่ยวโหรว แล้วกลืนน้ำลายด้วยความอยากกิน