บทที่ 13 ศาลาว่าการจินชวน
“ข้าเคยบอกไปแล้ว ว่าที่เสี่ยวโหรวไม่สามารถโดนแสงแดดเป็นเวลานานได้ เป็นเพราะนางนั้นเกิดมาร่ำรวยมีวาสนาต่างหาก เป็นอย่างไร ตอนนี้เชื่อกันหรือยัง?”
จินเฟิงชี้ไปที่บรรดาสตรีที่ยืนอยู่รอบ ๆ และพูดว่า “ต่อแต่นี้ไป หากมีผู้ใดพูดจาเหลวไหลว่านางเป็นดาวหายนะอีก ข้าจะไม่ยอมความแน่!”
“พวกข้าเชื่อแล้ว เชื่อแล้ว หากเจ้าเดินทางไปรับเงินรับรางวัล อย่าลืมนำหมั่นโถวแป้งขาวกลับมาด้วยนะ แล้วหลังจากนี้เมื่อข้าเจอภรรยาของเจ้า ข้าจะเรียกนางว่าเทพธิดาแห่งความมั่งคั่ง”
หญิงสาวในหมู่บ้านพูดติดตลก
“ต่อให้ข้าจะไม่ได้นำหมั่นโถวแป้งขาวกลับมา หลังจากนี้พวกเจ้าก็ควรเรียกนางว่าเทพธิดาแห่งความมั่งคั่ง!”
“เพราะเหตุใด?”
“ก็เพราะหลังจากนี้พวกเจ้าจะได้รับเงินจากนาง และมีชีวิตที่ดีขึ้นน่ะสิ”
“เช่นนั้นข้าจะรอดู”
“เจ้าวางใจเถิด ข้าไม่ให้เจ้ารอนานหรอก” จินเฟิงเอ่ยอย่างมั่นใจ
ในฐานะนักเดินทางข้ามเวลา จินเฟิงจะไม่ปักหลักอยู่ในหุบเขาเล็ก ๆ แห่งนี้อย่างแน่นอน นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
ไม่ว่าในอนาคตเขาจะทำอะไร แน่นอนว่า ทำคนเดียวคงไม่ไหว ถึงตอนนั้นคนในซีเหอวานต้องมาทำงานกับเขา แล้วรับค่าตอบแทนจากกวานเสี่ยวโหรว
เช่นนี้แล้ว ภรรยาของเขาจะเป็นอะไรไปได้ถ้าไม่ใช่เทพีแห่งความมั่งคั่ง?
ทว่าตอนนี้สตรีในหมู่บ้านล้วนคิดว่าจินเฟิงกำลังคุยโวโอ้อวดจึงไม่มีใครเก็บคำพูดของเขามาใส่ใจ พวกนางหันศีรษะไปมองจางเหลียงท