ล่นอยู่หน้าประตูนรกแล้ว ที่แย่ไปกว่านั้นคือใต้สะโพกของเขาเปียกเป็นวงกว้าง เพราะความหวาดกลัวสุดขีดก่อนหน้านี้ ชายขาพิการทรุดลงกับพื้น ตัวสั่นไม่หยุด
“ลูกแม่!”
ขณะเดียวกันแม่ของเขาก็รีบวิ่งเข้ามา นางลากบุตรชายไปข้าง ๆ เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไร จากนั้นนางก็คุกเข่าลงกับพื้นพร้อมกับคำนับจินเฟิง
เมื่อเห็นนางคุกเข่าลง หลินอวิ๋นฟางและน้องสาวของจางหม่านชางก็ไม่กล้ายืน พวกนางรีบคุกเข่าลงเช่นเดียวกัน
จินเฟิงไม่คุ้นเคยกับพิธีคุกเข่าของคนสมัยก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเป็นผู้อาวุโส เขาจึงรีบยื่นมือออกไปประคองหญิงชราขึ้น “ท่านน้า ลุกขึ้นเถิดอย่าทำเช่นนี้เลย ผู้อาวุโสอย่างท่านแสดงความเคารพให้ข้าที่อายุน้อยกว่า ชีวิตของข้าจะไม่สั้นลงหรือ?”
“เสี่ยวเฟิง นั่นเป็นเพราะเจ้าช่วยชีวิตบุตรชายข้าไว้ เจ้าสมควรได้รับมัน!”
แม่ของจางหม่านชางร้องไห้และกล่าว “เมื่อข้ากลับไป ข้าจะทำป้ายเชิดชูเจ้าและนำไปรวมกับป้ายบูชาบรรพบุรุษ ข้าจะเชิดชูเจ้าไปตลอดชีวิต!”
“ไม่ได้! ไม่ได้!”
จินเฟิงและหัวหน้าหมู่บ้านรีบเข้าไปประคองคนครอบครัวจางขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยแย้งคำพูดเมื่อครู่
เมื่อเห็นว่าเสือโคร่งถูกจัดการแล้ว เหล่าสตรีก็รีบมาห้อมล้อมเขาด้วยความกระตือรือร้น
ในยามทุกข์ยาก ทุกคนควรเทิดทูนผู้แข็งแกร่ง
ไม่ว่าก่อนหน้านี้จินเฟิงจะเคยเป็นคนอย่างไร แต่ตอนนี้ในสายตาของทุกคน เขาต่างออกไปแล้ว
จินเฟิงฆ่าเสือต่อหน้าพวกนาง แ