้นี้จะไม่ทันได้สังเกตผู้คนที่อยู่รอบ ๆ นางรีบลุกขึ้นและวิ่งไปข้าง ๆ จินเฟิงพร้อมกับกอดแขนของเขาไว้
ราวกับกลัวว่าหากปล่อยแขนแล้วเขาจะบินหนีไป
“ข้าไม่เป็นไร”
จินเฟิงรู้สึกอบอุ่น “มันก็แค่เสือ ข้าฆ่ามันด้วยลูกธนูของข้าแล้ว”
หลังจากพูดจบ เขาก็ดึงกวานเสี่ยวโหรวฝ่าฝูงชนและชี้ไปที่เสือที่นอนอยู่บนพื้นอย่างภาคภูมิใจ
กวานเสี่ยวโหรวจำได้อย่างรวดเร็วว่าลูกธนูที่ปักอยู่บนหัวเสือนั้นเป็นของสามี
ตอนนี้กวานเสี่ยวโหรวเพิ่งตระหนักได้ว่า หญิงสาวทุกคนที่อยู่รอบตัวกำลังมองนางด้วยท่าทางที่อธิบายไม่ได้
หญิงสาวจึงรีบปล่อยแขนของจินเฟิง จากนั้นใบหน้าอันงดงามของนางก็แดงก่ำด้วยความเขินอาย
“สามีของเจ้าน่าทึ่งมาก เจ้าโชคดีแล้วล่ะ”
ซานเสิ่นจือพูดติดตลกว่า “ตั้งแต่แต่งงานไป เขาก็กลายเป็นบุรุษผู้อาจหาญและสามารถฆ่าเสือได้”
“ท่านอา ท่านไม่ต้องเอ่ยชมแล้ว เสี่ยวโหรวเป็นคนหน้าบาง หากท่านเอ่ยชื่นชมจนนางมีน้ำตา ข้าต้องเกลี้ยกล่อมนางสักพักเลยล่ะ”
จินเฟิงพบว่าภรรยานั้นเขินอายจนแทบจะมุดศีรษะลงใต้เสื้อผ้า นางเขินจนไม่สามารถหุบรอยยิ้มลงได้และรีบม้วนตัวไปหลบอยู่ตรงแผ่นหลังของเขา
“อ้าว ๆ ม้วนตัวไปไหนเสียแล้ว”
“ภรรยาจินเฟิง เหตุใดเจ้าถึงได้เขินอายเช่นนี้นะ? เราทุกคนต่างดีใจ เมื่อสามีของเจ้าฆ่าเสือได้”
“ข้าว่าเจ้าอิจฉามากกว่านะ!”
“ข้าอิจฉาแล้วมันทำไมหรือ เสือตัวนี้มีค่ามากมาย หากส่งไปที่ศาลาว่าการจะต้องได้รับเงินตอบแทนไม่น้อยเชี