็ไม่เชื่อ ถือว่าเขาได้กล่าวเตือนแล้ว หากพวกนางไม่เชื่อเขาก็ทำอะไรไม่ได้
หากพูดย้ำบ่อย ๆ พวกนางอาจคิดว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัวที่ไม่อยากให้คนอื่นขึ้นเขาไปเสี่ยงโชคด้วยกัน
“แล้วแต่พวกเจ้าแล้วกัน”
จินเฟิงมองไปที่สตรีในหมู่บ้านอีกครั้ง จากนั้นก็สะพายเหยื่อขึ้นบ่าแล้วเดินจากไป
เมื่อเห็นบัณฑิตหนุ่มได้เหยื่อมามากมาย กวานเสี่ยวโหรวก็ตื่นเต้นราวกับเป็นเด็ก นางเอื้อมมือไปลูบขนหางที่สวยงามของไก่ป่า
ท่าทางแบบนี้นี่แหละ เป็นสิ่งที่หญิงสาวอายุสิบแปดควรมี
จินเฟิงพึงพอใจกับความเปลี่ยนแปลงของกวานเสี่ยวโหรว เขาเอ่ยถามนางด้วยรอยยิ้มว่า “ดูดีหรือไม่?”
“ดูดีมากเลย!”
คนถูกถามพยักหน้าซ้ำ ๆ
“เอาล่ะ เช่นนั้นก็นำมันมาตุ๋นเป็นอาหารเย็นกัน!”
จินเฟิงยิ้มแล้วเอ่ย “เจ้าเก็บขนเหล่านั้นไว้สิ”
“จะเอาไปตุ๋นหรือ?” กวานเสี่ยวโหรวผงะ “ไม่นำมันไปขายหรือ?”
“ไกป่าน่ะนอกจากขนที่สวยงามก็มีแต่กระดูก ไม่ค่อยมีใครอยากซื้อหรอก ขายไม่ได้ราคา เจ้านำมันไปตุ๋นเถิด”
จินเฟิงกล่าวต่อ “เราทั้งคู่ซูบผอมมาก ต้องบำรุงกันหน่อย ไม่เช่นนั้นข้าคงไม่มีแรงไปออกล่า”
ยุคหลัง ๆ ผู้คนต่างให้ความสำคัญกับของอร่อย แต่ในยุคนี้ ผู้คนให้ความสำคัญกับราคาที่จับต้องได้ เวลาซื้อเนื้อใคร ๆ ก็เลือกเนื้อที่ติดมัน ส่วนเนื้อที่มันน้อยไม่ค่อยมีใครอยากได้ ยิ่งเป็นพวกกระดูกซี่โครงยิ่งไม่มีใครต้องการ
หากนำไก่ป่าไปขายคงได้เงินมาไม่เท่าไร เก็บไว้กินเองน่าจะดีกว่า
เจ้าของร