าอย่างละเอียด
เขาดูดีกว่าช่างตีเหล็กคนอื่น ๆ ในหมู่บ้าน… ตัวสูงโปร่ง… ทั้งยังเป็นบัณฑิตมีการศึกษา ไม่มีนิสัยดุร้ายเหมือนชายคนอื่น ๆ ที่เมื่อแต่งภรรยาเข้าบ้านก็จะทุบตีพวกนาง…
หลังจากที่แอบมองเขาอยู่พักใหญ่ นางก็ค่อย ๆ เดินออกจากโรงตีเหล็กและกลับไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเช้า
หลังจากเตรียมอาหารเช้าเสร็จแล้ว กวานเสี่ยวโหรวก็ไม่รู้ว่าจะหยิบจับสิ่งใดต่อจึงไปนั่งอยู่บนกองไม้เพื่อรอให้จินเฟิงตื่น
‘คงจะดีหากว่ามีเครื่องทอผ้า’ นางได้แต่คิดเรื่องนี้อย่างเบื่อหน่าย
นางรอจนกระทั่งพระอาทิตย์ขึ้น จินเฟิงถึงเพิ่งออกจากโรงตีเหล็ก ขณะที่เขากำลังบิดขี้เกียจ เขาก็เอ่ยทักทายกวานเสี่ยวโหรว “อรุณสวัสดิ์!”
“สามี เจ้าตื่นแล้วหรือ!”
กวานเสี่ยวโหรวรีบวิ่งไปเอาน้ำที่นางเตรียมไว้ให้เขาล้างหน้ามาทันที
หลังจากที่จินเฟิงล้างหน้าเสร็จ อาหารเช้าก็ถูกนำขึ้นโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
หลังกินข้าวเช้าและล้างจานเสร็จ สตรีวัยยี่สิบกว่าก็เดินเข้ามาที่ลานบ้าน โดยมีกระเป๋าใบเล็กสะพายอยู่บนแขน
“นางมาที่นี่ทำไม?”
จินเฟิงพึมพำในใจ
ผู้มาเยือนคือพี่สะใภ้ของจางหม่านชางนามว่า หลินอวิ๋นฟาง นางแต่งงานเข้าซีเหอวานมาสี่ห้าปีแล้ว ทว่าจินเฟิงไม่เคยพูดคุยกับนางเลย
ในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากทักทาย กวานเสี่ยวโหรวที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยืนขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วร้องทักอย่างตื่นเต้นว่า “พี่อวิ๋นฟาง!”
“พี่สาวหรือ?”
“ใช่ นางเป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า เป็นลูกสาวข