องท่านลุง ตอนเด็ก ๆ เราสนิทสนมกันพอสมควรเลยล่ะ”
กวานเสี่ยวโหรวดูมีความสุขมากที่ได้พบญาติของตน
“พี่สาว” เนื่องจากนางเป็นญาติของกวานเสี่ยวโหรว จินเฟิงจึงลุกขึ้นแล้วกล่าวทักทาย
หลินอวิ๋นฟางส่งยิ้มให้จินเฟิง จากนั้นนางก็ก้าวไปด้านหน้าพร้อมกับคว้าตัวกวานเสี่ยวโหรวเข้าไปที่ห้องด้านหลัง
“ดูเหมือนว่าพี่สาวคนนี้จะไม่ค่อยพอใจในตัวเขาเช่นกัน”
จินเฟิงลูบจมูกเบา ๆ เขาเลือกที่จะไม่สนใจและเดินกลับเข้าไปในโรงตีเหล็กอีกครั้ง
ช่วงเช้า เขาทุ่มเทให้กับการทำหน้าไม้คันแรกจนสำเร็จ
ยังพอมีลูกธนูที่ช่างตีเหล็กคนก่อนทำไว้ให้กับครอบครัวที่เป็นนักล่าสัตว์เหลืออยู่ พวกมันยังสามารถใช้งานได้ เพียงแต่ต้องนำมาปรับเปลี่ยนเล็กน้อย สิ่งนี้ช่วยให้เขาประหยัดเวลาไปได้มาก
เขาดึงสายที่อยู่บนหน้าไม้แล้วยิงลูกธนูไปยังเสาที่อยู่ห่างออกไปสิบก้าว
ลูกธนูปักเข้ากับเสาไม้เสียงดังหนักแน่น
“ความแม่นยำใช้ได้ แต่มันยังแรงไม่พอ!”
จินเฟิงขมวดคิ้วพร้อมกับลงมือปรับแต่งอีกครั้ง
กว่าเขาจะปรับลูกศรนี้จนพอใจ พระอาทิตย์ก็โผล่พ้นหัวไปแล้ว
“หน้าไม้นี้สามารถนำไปใช้งานบนเขาได้แล้ว”
จินเฟิงเดินออกจากโรงตีเหล็กพร้อมกับหน้าไม้ในมือ
เขาไม่รู้ว่าหลินอวิ๋นฟางกลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่กวานเสี่ยวโหรวนั้นนั่งอยู่ในลานบ้านโดยที่มีผักป่าตากอยู่ข้าง ๆ
“ไปเอาผักป่าเหล่านี้มาจากไหนหรือ?”
จินเฟิงเอ่ยถามออกมา